
กรมคุมประพฤติจับมือสำนักพุทธฯสกัดผู้ต้องโทษหนีบวช
อธิบดีกรมคุมประพฤติ เซ็นบันทึกข้อตกลงกับสำนักพุทธฯ ร่วมตรวจสอบป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดที่อยู่ระหว่างคุมประพฤติบวช
อธิบดีกรมคุมประพฤติ เซ็นบันทึกข้อตกลงกับสำนักพุทธฯ ร่วมตรวจสอบป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดที่อยู่ระหว่างคุมประพฤติบวช
เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ และนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU)ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้เป็นไปตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 4/2553 เรื่อง ผู้ถูกคุมความประพฤติขออนุญาตบรรพชาอุปสมบท เพื่อเป็นการกลั่นกรองไม่ให้ผู้ต้องหา ผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติที่ยังไม่พ้นการคุมความประพฤติ ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ยังไม่พ้นการฟื้นฟูฯเข้ารับการบรรพชาหรืออุปสมบท
พ.ต.อ.ณรัชต์ เผยว่า ตามนโยบายพลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่ต้องการสร้างระบบงานคุมประพฤติของประเทศ ให้มีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือแก่ประชาชน กรมคุมประพฤติจึงได้กำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อกำกับดูแลผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมความประพฤติโดยเคร่งครัด และการบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ ถือเป็นหน่วยงานแรกที่กรมคุมประพฤติเริ่มดำเนินมาตรการดังกล่าว ซึ่งตามมติมหาเถรสมาคม ผู้กระทำผิดจะอุปสมบทไม่ได้อยู่แล้วจนกว่าจะพ้นจากการคุมความประพฤติหรือพ้นการฟื้นฟู หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จะไม่สามารถอุปสมบทได้จนกว่าคดีจะหมดอายุความเพราะถือว่ายังมีคดีติดตัว โดยในระหว่างการคุมประพฤตินั้น กรมคุมประพฤติและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะแลกเปลี่ยนข้อมูลในการตรวจสอบสถานะของผู้กระทำผิดที่ประสงค์จะบรรพชาหรืออุปสมบท ซึ่งถือเป็นการบูรณาการด้านข้อมูลร่วมกันกับสำนักงานพระพุทธฯ เพื่อคืนคนดี สู่สังคม อย่างมีคุณภาพ
ด้าน นายพนม กล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะให้การสนับสนุนด้านข้อมูลเพื่อให้คณะสงฆ์ปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคม โดยจะพิจารณาความเห็นชอบของกรมคุมประพฤติเกี่ยวกับการตรวจสอบความเหมาะสมของผู้กระทำผิดที่มีความประสงค์จะบรรพชาหรืออุปสมบท รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องหา ผู้กระทำผิดที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ ด้วยการใช้หลักพุทธศาสนาในการแก้ไขฟื้นฟู อันเป็นการพัฒนาพระพุทธศาสนา และการป้องกันสังคมจากปัญหาอาชญากรรมต่อไปด้วย







