"อุเทน" จี้รัฐสางปัญหาทุจริตชี้ยังมีเรียกรับสินบน
"อุเทน" ชี้หลายหน่วยงานยังเรียกสินบนในยุค คสช. ชี้ภาคขนส่งโดนไถหนักสุด แนะใช้อำนาจเด็ดขาด-ตรงไปตรงมากู้ศรัทธา
"อุเทน" ชี้หลายหน่วยงานยังเรียกสินบนในยุค คสช. ชี้ภาคขนส่งโดนไถหนักสุด แนะใช้อำนาจเด็ดขาด-ตรงไปตรงมากู้ศรัทธา
นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้นโยบายกับหัวหน้าส่วนราชการเร่งรัดการทำงาน และเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างๆของรัฐบาลว่า เข้าใจว่าการเร่งผลักดันการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่อยากให้นายกฯและผู้ที่เกี่ยวข้องระมัดระวังการรั่วไหลของงบประมาณด้วย เนื่องจากส่วนตัวได้รับการปรึกษาและร้องเรียนจากผู้ประกอบการว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ามาจัดระเบียบในหลายๆเรื่องแล้ว แต่ก็ยังมีการเรียกรับสินบนและค่าตอบแทนในหลายๆหน่วยงาน โดยข้าราชการ ทหาร และตำรวจ ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคงเป็นภาคขนส่ง สะท้อนให้เห็นว่า การทุจริตยังมีอยู่แม้ในยุคที่นายกฯประกาศเอาจริงในการปราบปรามการทุจริต ยังไม่รวมถึงกรณีโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่บัดนี้ได้สร้างความกังขาไปในวงกว้าง หากนายกฯไม่รีบสะสางปัญหาก็จะหมดความสง่างาม และหมดความชอบธรรม เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นหัวข้อสำคัญประการหนึ่งของรัฐบาล คสช.
"อยากให้นายกฯใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ให้ข้อมูลสร้างความสับสนว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ก็ควรเป็นหน้าที่ของผู้นำรัฐบาลในการออกมาแก้ไขหลายเรื่องที่สร้างความสับสน เพื่อให้เกิดศรัทธากับตัวท่านนายกฯ รัฐบาล และ คสช."นายอุเทน กล่าว
นายอุเทน กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงท่าทีของบางฝ่ายที่พยายามทำให้ประเทศไทยเป็นคู่ขัดแย้งกับต่างชาติ ทั้งที่เวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปแก้ไขปัญหาภายในประเทศ ไม่ควรจะไปสร้างเรื่องให้เราต้องไปทะเลาะกับใคร หรือไปชักศึกเข้าบ้าน ที่สำคัญช่วงเวลาเศรษฐกิจทั้งภายในภายนอกประเทศก็ยังไม่ฟื้นตัว การทำมาค้าขายกับต่างประเทศก็ซบเซา หากสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีกก็ยิ่งซ้ำเติมภาวะทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคการส่งออกมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ อยากให้รัฐบาลทำความเข้าใจกับสถานการณ์ให้ถ่องแท้ว่า ทั่วโลกก็มีปัญหาเศรษฐกิจเช่นกัน การมุ่งเน้นแต่เรื่องการส่งออกจึงไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง เนื่องจากคู่ค้าไม่ได้มีกำลังซื้อเหมือนเช่นเดิมแล้ว รัฐบาลจึงควรยึดนโยบายลดรายจ่าย มากกว่ามุ่งที่จะเพิ่มรายได้ บางนโยบายที่ออกมาก็ไม่เหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้ ยกตัวอย่าง นโยบายให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประการเอสเอ็มอี ก็ควรมีการสำรวจว่าสินเชื่อที่ได้รับไปนั้นเป็นเพียงการผ่องถ่ายหนี้ หรือนำไปสร้างงานตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลจริงๆ







