
ระบบสัดส่วนผสม
เราได้คุยกันถึงเรื่องการเลือกตั้งแบบระบบสัดส่วน (Proportional Representation–PR) มาก็หลายคราว
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
เราได้คุยกันถึงเรื่องการเลือกตั้งแบบระบบสัดส่วน (Proportional Representation–PR) มาก็หลายคราว เนื้อหาของการพูดคุยกันเราก็ได้ลงไปในรายละเอียดในระดับหนึ่งของระบบสัดส่วนแต่ละรูปแบบ ทั้งรูปแบบที่เป็นระบบเขตอย่างเดียว ซึ่งเรียกกันว่าระบบคะแนนเสียงเดียวโอนได้ (Single Transferable Vote–STV) รูปแบบที่เป็นระบบบัญชีอย่างเดียว ซึ่งเรียกกันว่าระบบสัดส่วนบัญชีรายชื่อ (List Proportional Representation–LPR) และรูปแบบที่เป็นระบบเขตร่วมกับระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเรียกว่าระบบสัดส่วนผสม (Mixed Member Proportional–MMP)
แน่นอนว่า แต่ละรูปแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป การจะนำรูปแบบ ใดมาใช้ หรือแม้กระทั่งจะนำระบบสัดส่วนมาใช้หรือไม่ก็ต้องมีการเปรียบเทียบกันกับระบบอื่นๆ โดยพิจารณาถึงความจำเป็น ลักษณะสังคม และปัจจัยอื่นๆ ของแต่ละประเทศที่จะมีการนำระบบการเลือกตั้งใดๆ ไปใช้
ระบบการเลือกตั้งที่เรียกว่าระบบสัดส่วนผสมนั้น นับถึงปัจจุบันมีใช้อยู่ในประเทศราวๆ 9 ประเทศ ได้แก่ แอลเบเนีย โบลิเวีย เยอรมนี อิตาลี เลโซโท เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เวเนซุเอลา และฮังการี ซึ่งลักษณะการจัดวางโครงสร้าง รวมถึงรายละเอียดของการใช้ระบบสัดส่วนผสมของแต่ละประเทศก็แตกต่างกัน
แต่โดยทั่วไปแล้ว ประเทศต่างๆ จะใช้รูปแบบการเลือกตั้งแบบเขต เป็นการเลือกตั้งแบบคะแนนนำกำชัย หรือระบบเขตเดียวคนเดียว(First Past the Post–FPTP) ยกเว้นประเทศฮังการีที่ใช้ระบบเลือกสองรอบ (ที่เป็นการเลือกสองรอบ เนื่องจากในรอบแรกผู้ที่จะได้เป็นผู้แทนในระบบเขตได้จะต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หากในการเลือกตั้งนั้นไม่มีผู้ที่ได้คะแนนในระดับเช่นว่าในเขตใดๆ จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นๆ การเลือกตั้งนี้จึงเป็นการเลือกตั้งรอบสอง ซึ่งในการเลือกตั้งรอบสองนี้ จะถือว่าผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุดในบรรดาผู้ที่เป็นผู้สมัครในแต่ละเขต โดยทั่วไปจะมีอยู่สองคน เป็นผู้ที่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนของเขตนั้นๆ)
ระบบสัดส่วนผสมนี้ แม้จะมีประเด็นของการที่มีคะแนนเสียงตกน้ำ หรือคะแนนเสียงที่ไม่ได้นำมาพิจารณา หรือเป็นคะแนนที่ถือว่าได้เสียไปจากการนับครั้งแรก หรือจากการนับในเขตไปแล้ว ได้แก่ คะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ลงให้กับผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ที่ได้คะแนนสูงที่สุดในเขตใดๆ ซึ่งก็กลายเป็นคะแนนที่สูญเปล่าไป
แต่ระบบสัดส่วนผสมก็นำระบบบัญชีรายชื่อมาชดเชย โดยการที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนโดยรวมนั้น จะประกอบไปด้วย สมาชิกที่มาจากระบบเขตจำนวนหนึ่ง และอีกจำนวนหนึ่งมาจากระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งการจัดวาง ตัวเลขผู้แทนที่มาจากสองระบบนี้ร่วมกัน โดยทั่วไปแล้วในประเทศส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบสัดส่วนผสมนี้จะให้น้ำหนักเน้นไปที่ระบบเขต ยกเว้นประเทศเยอรมนีที่จำนวนผู้แทนในระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อถูกจัดวางไว้เท่ากัน (แต่ภายหลังจากการคำนวณ โดยวิธีการคำนวณเฉพาะของระบบแล้ว จะส่งผลให้โดยทั่วไปแล้ว จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนจากระบบบัญชีนั้นมีมากกว่าในระบบเขต ซึ่งจะได้หาโอกาสอธิบายต่อท่านผู้อ่านต่อไป)
แนวทางการใช้ระบบสัดส่วนผสมดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น มีรายละเอียดที่แตกต่างกันของวิธีการเลือก การจัดวางโครงสร้าง รวมถึงการกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิในการลงคะแนนโดยกาบัตรหนึ่งใบ สองใบ หรือสามใบ หรือแม้กระทั่งให้จัดลำดับของผู้สมัครในบัญชีรายชื่อใหม่ ซึ่งจะได้มาคุยกันถึงรายละเอียดเหล่านั้นในวาระต่อๆ ไปครับ







