posttoday
‘คาราบาว’เกาะเชลซีบุกตลาดโลก

‘คาราบาว’เกาะเชลซีบุกตลาดโลก

27 พฤศจิกายน 2558

คาราบาว บุกตลาดโลกควัก 1,650 ล้าน คว้าสิทธิสปอนเซอร์เชลซี หวัง 3 ปีขึ้นโกลบอลแบรนด์

คาราบาว บุกตลาดโลกควัก 1,650 ล้าน คว้าสิทธิสปอนเซอร์เชลซี หวัง 3 ปีขึ้นโกลบอลแบรนด์

นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป ผู้ผลิตจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนขยายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวไปตลาดโลก เนื่องจากตลาดเครื่องชูกำลังทั่วโลกจะมีมูลค่าถึง 2.1 ล้านล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า หากเติบโตปีละ 10% ติดต่อกัน เหมือน 5 ปีที่ผ่านมาที่ตลาดโลกโตระดับนี้ ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังในไทยมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาแทบไม่เติบโต

ทั้งนี้ บริษัททุ่มงบ 1,650 ล้านบาท เข้าเป็นสปอนเซอร์สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเชลซี ระยะเวลา 3 ปี (2559-2561) เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก เนื่องจากเชลซีมีแฟนฟุตบอลทั่วโลกราว 3,500 ล้านคน ซึ่งบริษัทจะเข้าไปทำตลาดยุโรปก่อน เพราะขนาดตลาดใหญ่สัดส่วนราว 11% ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังทั่วโลก โดยเริ่มสร้างตลาดที่อังกฤษเป็นประเทศแรก เพราะเครื่องชูกำลังเป็นตลาดใหญ่และเติบโตสูง

ขณะที่การทำตลาดคาราบาวเป็นเครื่องดื่มชูกำลังอัดก๊าซ จะเริ่มวางเดือน เม.ย.ในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าต่างๆ 1 หมื่นแห่ง ใน 1 ปี ล่าสุดแต่งตั้งบริษัท คาราบาว อินเตอร์ เป็นดิสทริบิวเตอร์ และทำตลาดคาราบาวทั่วโลก เพราะเชี่ยวชาญทำตลาดยุโรปและอเมริกา ส่วนแผนสินค้าจะออกรสชาติหลากหลาย เพราะการแข่งขันรุนแรง

“การเป็นสปอนเซอร์ทีมฟุตบอลระดับโลก จะทำให้สร้างแบรนด์คาราบาวสู่โกลบอลแบรนด์ใน 3 ปี เป็นกลยุทธ์ที่สร้างแบรนด์ได้เร็ว จากอดีตเคยไปทำตลาดอเมริกา 10 ปี แต่ยอดขายสูงสุดแค่ 10 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งการเป็นสปอนเซอร์เชลซี Principal Partner บริษัทสามารถนำตราคาราบาวไปปรากฏบนชุดฝึกซ้อมของนักเตะ และผู้จัดการทีม รวมทั้งสื่อต่างๆ“

นอกจากนี้ ยังมีแผนบุกตลาดสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นตลาดใหญ่สุดมีสัดส่วนถึง 22% เนื่องจากตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในยุโรปและอเมริกามีศักยภาพสูง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภค ดื่มเป็นเครื่องดื่มซอฟ์ตดริงก์ อัตราการบริโภคจึงสูงเทียบกับไทย ขณะที่เอเชียสัดส่วน 20% บริษัทจะทำตลาดที่เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน อีกทั้งมีแผนจะตั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่มชูกำลังที่เบลเยียม หากยอดขายเพิ่มถึงปีละ 200 ล้านกระป๋อง หรืออาจจ้างบริษัทอื่นผลิต

นายเสถียร กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้า 3 ปี รายได้ราว 2.1 แสนล้านบาท มีส่วนแบ่ง 10% ขึ้นเป็นอันดับ 3 หรือ 4 ของตลาด จากปัจจุบันเรดบูลเป็นผู้นำตลาด ตามด้วยมอนสเตอร์ และร็อกสตาร์ รวมทั้งทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มจาก 30% เป็น 50% ของรายได้รวม โดยรายได้หลักมาจากยุโรปกว่า 50% ส่วนรายได้บริษัทปีนี้ 8,000 ล้านบาท โต 5-6%

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน