
ไพบูลย์ถกผู้บริหารราชทัณฑ์23ประเทศชี้ยาเสพติดเหตุหลักทำนักโทษเพิ่ม
"บิ๊กต๊อก" เปิดประชุมผู้บริหารราชทัณฑ์จาก 23 ประเทศ มุ่งคืนคนดีสู่สังคม ชี้ ปัญหายาเสพติดทำให้จำนวนนักโทษเพิ่ม
"บิ๊กต๊อก" เปิดประชุมผู้บริหารราชทัณฑ์จาก 23 ประเทศ มุ่งคืนคนดีสู่สังคม ชี้ ปัญหายาเสพติดทำให้จำนวนนักโทษเพิ่ม
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่โรงแรมอนันตรา กรุงเทพฯ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมผู้บริหารงานราชทัณฑ์ภาคพื้นเอเชียและแปซิกฟิก หรือ APCCA สมัยที่ 35 ซึ่งกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-27 พ.ย.นี้ ภายใต้แนวคิด " 'ภาคภูมิ' ในเอกลักษณ์ คือเกียรติศักดิ์ 'ราชทัณฑ์' " เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงภาพของงานราชทัณฑ์ที่มีความแตกต่างหลากหลายตามสภาวะการณ์ทางสังคม และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายในการเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด และนวัตกรรมการราชทัณฑ์จากประเทศสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง 23 ประเทศ เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง บรูไน ออสเตรเลีย เกาหลี แคนาดา และไทย โดยมีนายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้ให้การต้อนรับ
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า หน้าที่ของคนราชทัณฑ์คือจะต้องคืนคนดีสู่สังคม ไม่ให้คนเหล่านั้นมากระทำความผิดซ้ำ ในแต้่ละประเทศมีความแตกต่างกัน รมราชทัณฑ์เป็นผลของการตัดสินจากศาลยุติธรรมที่บังคับใช้กฎหมาย ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังประมาณ 330,000 คน ซึ่งเป็นคดียาเสพติดถึงร้อยละ 80 ซึ่งคิดเป็นจำนวน 30,000 คนในเรือนจำ โดยขณะนี้ประเทศไทยกำลังเร่งปรับปรุงกฎหมายยาเสพติด ถ้าเรามีกฎหมายยาเสพติดก็จะทำให้จำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำมีจำนวนลดลง 30,000-40,000 คน อีกทั้ง เรากำลังเร่งแก้ไขกฎหมายราชทัณฑ์ซึ่งประเทศใช้กฎหมายฉบับนี้มานาน 80 ปี เพื่อให้เกิดความทันสมัย และสอดคล้องกับยุคสมัยในปัจจุบัน
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาบางเรื่องได้ด้วยตัวเอง ต้องช่วยในการฝึกอาชีพ จึงต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการอื่น เพื่อพัฒนาผู้ต้องขังทั้งในเรื่องการศึกษา การบำบัด และอื่นๆ จึงต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว เพื่อจะทำให้การพัฒนาเหล่านี้ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ ประเทศไทยพยายามปรับปรุงการบำบัดและฟื้นฟูผู้ต้องขัง ซึ่งมีจำนวนมากกว่าเรือนจำที่มีอยู่ สิ่งที่ตามมาคือเรื่องของสิทธิมนุษยชน และการดูแล เราจึงต้องทำทุกอย่างให้สอดคล้องกับปริมาณของผู้ต้องขัง ซึ่งเราพยายามสร้างสังคมจากภายนอกเพื่อไม่ให้จำนวนของผู้ต้องขังเพิ่มขึ้น จึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์จะต้องให้ความร่วมมือกัน
ด้าน นายวิทยา กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ที่กรมราชทัณฑ์ไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บริหารงานราชทัณฑ์ภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก หรือ APCCA ซึ่งเป็นการประชุมที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานนับแต่ครั้งแรกที่จัดขึ้น เมื่อปีพ.ศ. 2523 ที่เมืองฮ่องกง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ในการบริหารงานราชทัณฑ์ทั้งการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด การพัฒนาพฤตินิสัย รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง และความท้าทายต่างๆที่เกิดขึ้นในงานเรือนจำของประเทศในภูมิภาค โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 100 คนจาก 24 ประเทศ
นายวิทยา กล่าวต่อว่า การประชุม APCCA ครั้งที่ 35 นี้ ประกอบด้วยการนำเสนอ การอภิปรายสัมมนาในประเด็น 5 หัวข้อ เพื่อหาองค์ความรู้แนวทางการพัฒนางานราชทัณฑ์ และร่วมแลกเปลี่ยนการปฏิบัติที่เป็นเลิศรวมถึงการศึกษาดูงานเรือนจำพิเศษธนบุรีและทัณฑสถานหญิงธนบุรี เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นสภาพและเรียนรู้งานราชทัณฑ์ไทย ในสถานที่ปฏิบัติจริงในอีกมิติหนึ่งของการประชุม และยังเป็นการสานสัมพันธ์ในบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นการสร้างมิตรภาพความผูกพันแบบที่เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ค่อยพบเห็นในการประชุมระหว่างประเทศที่มีอยู่ปัจจุบัน







