posttoday
ครม.เอกซเรย์พรก.ฉุกเฉิน เลิก 3 คงไว้ 16 จังหวัด

ครม.เอกซเรย์พรก.ฉุกเฉิน เลิก 3 คงไว้ 16 จังหวัด

21 กรกฎาคม 2553

8...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

แม้กลุ่มคนเสื้อแดงยุติการชุมนุม ความพยายามป่วนบ้านป่วนเมืองจะเบาบางลง แต่ใช่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะสงบเรียบร้อยเสียทีเดียว ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จึงมีความจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไป

อย่างไรก็ตามแต่ เสียงเรียกร้องจากประชาชน นักวิชาการ ผู้ประกอบการในต่างจังหวัด ที่เห็นว่าสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเรียบร้อยควรจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้แล้ว ก็ทำให้รัฐบาลเปิดประตูรับฟัง จนนำไปสู่การพิจารณายกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในบางจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง

จากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 24 จังหวัด ครม.มีมติเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 5 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ น่าน นครสวรรค์ และนครปฐม ล่าสุดมีมติ ครม.เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 3 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง สกลนคร ร้อยเอ็ด

จึงเหลือจังหวัดที่คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีก 16 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี มหาสารคาม หนองบัวลำภู มุกดาหาร อุดรธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น ชลบุรี และสมุทรปราการ

การพิจารณายกเลิกรอบใหม่และการคงไว้ในจังหวัดที่เหลืออีก 16 จังหวัด มีปัจจัยหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจากข้อมูลการข่าวรอบด้าน คำนึงถึงความจำเป็น ไม่ใช่แค่ตามเสียงเรียกร้อง หรือการหวังผลทางการเมือง เหมือนอย่างที่กลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนำมาปลุกกระแสในขณะนี้

ดังปรากฏในเอกสาร (ศอฉ.) ลับมาก จำนวน 2 แผ่น ที่เสนอต่อที่ประชุม ครม. วานนี้ โดยนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม. เพราะนอกจากอ้างถึงข้อมูล ศอฉ.ยังมีการเสนอข้อมูลเหตุผลของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และฝ่ายความมั่นคงระดับพื้นที่ ซึ่งมาจากแม่ทัพภาคที่ 13 ประกอบด้วย ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวเมื่อแจกแจงในที่ประชุมได้มีคำสั่งขอเก็บคืน

ถึงกระนั้นจากการตรวจสอบ พบว่า หน้าแรกมีการรายงานสถานการณ์ทั่วไปดังนี้ จากข้อมูลการข่าวฝ่ายความมั่นคงถึงแม้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ยังพบการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในลักษณะกลุ่มย่อยๆ ตามพื้นที่ต่างๆ คงมีความพยายามเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารบิดเบือนผ่านกลุ่มแนวร่วมฯ เพื่อขยายผลสู่ประชาชนให้หลงผิด โดยมีการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแห่งใหม่ ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน

ขณะเดียวกันมีการสร้างความวุ่นวาย โดยพบกลุ่มบุคคลเคลื่อนไหวเข้าออกประเทศในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ไปในพื้นที่เป้าหมายเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง มีการปลูกฝังความคิดให้เยาวชนในทางที่ผิด ในด้านของฝ่ายข้าราชการ มีความพยายามสร้างความแตกแยกในหมู่ข้าราชการ และที่ต้องติดตามอย่างยิ่ง คงปรากฏพฤติการณ์ ข่มขู่ มุ่งลอบทำร้ายบุคคลสำคัญเช่นเดิม

ดังนั้น หากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งหมด กลุ่มแนวร่วมฯ จะมีการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวส่อไปในทางผิดกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

ศอฉ.รายงานด้วยว่า ในส่วนของ 5 จังหวัดที่ได้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. จากการติดตามสถานการณ์ ไม่พบการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผิดปกติ ประชาชน แนวร่วมฯ ไม่ต้องการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร จึงมุ่งทำการเกษตรเพื่อสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว ขณะเดียวกันแกนนำคนสำคัญถูกจับกุมหลายคน ทั้งนี้ เมื่อติดตามการเคลื่อนไหวในระดับท้องถิ่น พบว่าไม่พร้อมเคลื่อนไหว เพราะขาดปัจจัยแหล่งเงินทุนในการเคลื่อนไหว

เมื่อพลิกดูเหตุผลของ ศอฉ. ต่อการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดล่าสุด ศอฉ.รายงานว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของแกนนำและประชาชนในการที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ไม่ปรากฏสิ่งบอกเหตุสร้างสถานการณ์ของผู้ไม่ประสงค์ดี

อีกประการ การจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคง ซึ่ง ศอฉ.พบว่าจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินของหน่วยงานความมั่นคงตามสายงานปกติมีเพียงพอรองรับสถานการณ์ได้

ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ จึงเป็นเหตุผลให้มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในหนึ่งจังหวัดภาคเหนือ และสองจังหวัดจากภาคอีสาน

ภายหลังการรายงานของ ศอฉ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า เป็นห่วงเรื่องขาดความเข้าใจอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ ศอฉ. และอำนาจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครอบคลุมอย่างไรบ้าง จึงขอให้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. จัดทำรายงานให้ตนเองทราบโดยละเอียด โดยนำเสนอนายกฯ โดยตรง ขณะเดียวกันนำรายงานสถานการณ์จากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้าที่ประชุม ครม.ทุกสัปดาห์

“ตอนนี้ขนาดคนขับขี่รถทำผิดกฎหมายจราจร ยังอ้าง ศอฉ.สั่งจับเลย” นายกฯ กล่าว พร้อมกับมีเสียงหัวเราะกลางที่ประชุม ครม.

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุม ครม. ว่า ได้ขอให้เลขาธิการ สมช. ทำรายงานมาที่ตนเองอย่างต่อเนื่องว่า การใช้อำนาจต่างๆ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ต่างๆ เป็นอย่างไร 1.เพื่อที่จะให้มีระบบการติดตามตรวจสอบได้ในการใช้อำนาจต่างๆ 2.ประโยชน์ที่จะได้มาประเมินอย่างรวดเร็วว่ามีจังหวัดใดอีกที่จะยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้

สำหรับการคงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 16 จังหวัด ว่ามีการเคลื่อนไหวหลายรูปแบบ มีการประชุมวางแผนอะไรต่างๆ ซึ่งทำให้ต้องระมัดระวัง เพราะต้องการให้มีความเป็นเสถียรภาพ ความเป็นปกติดำรงอยู่ และสามารถบริหารจัดการได้ต่อไป

“คิดว่าไม่เป็นผลดีเท่าไร ถ้ามีการยกเลิกไปแล้ว ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีก ซึ่งจะเป็นปัญหากับภาพรวมทั้งหมด” นายกฯ กล่าว

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม