
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (22)
หลังจากที่ทรงมีพระเมตตาต่อเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้ได้รับโอกาสในการศึกษาและมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรงอย่างเท่าเทียมกันแล้ว พระองค์ก็ทรงระลึกว่า ...ศาสตราจารย์ของข้าพเจ้าท่านหนึ่งกล่าวว่า การทำงานกับเด็กวัยเรียนและเด็กก่อนวัยเรียนนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะว่าสมองของคนเราจะเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างเต็มที่ก่อนที่จะถึงวัยดังกล่าว เราควรพยายามทำงานกับกลุ่มเด็กเล็กกว่านั้นอีก และจะดียิ่งขึ้นถ้าเราสามารถให้การดูแลช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร
หลังจากที่ทรงมีพระเมตตาต่อเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้ได้รับโอกาสในการศึกษาและมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรงอย่างเท่าเทียมกันแล้ว พระองค์ก็ทรงระลึกว่า ...ศาสตราจารย์ของข้าพเจ้าท่านหนึ่งกล่าวว่า การทำงานกับเด็กวัยเรียนและเด็กก่อนวัยเรียนนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะว่าสมองของคนเราจะเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างเต็มที่ก่อนที่จะถึงวัยดังกล่าว เราควรพยายามทำงานกับกลุ่มเด็กเล็กกว่านั้นอีก และจะดียิ่งขึ้นถ้าเราสามารถให้การดูแลช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร
ถ้าแม่ขาดสารอาหารจะส่งผลกระทบต่อเด็กแรกเกิด ทั้งด้านการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกายและสมอง จึงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดารขึ้นในปี 2539 เพื่อส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตรและเด็กทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 3 ขวบ ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารได้รับการบริการที่เหมาะสม และได้รับความรู้ด้านอาหารและโภชนาการเพื่อช่วยให้แม่มีภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยที่ดี เด็กแรกเกิดจึงมีชีวิตรอดมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการได้เต็มศักยภาพ
โครงการดังกล่าวมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ 1.การให้บริการดูแลอนามัยแม่และเด็กขั้นพื้นฐาน โดยแสวงหาคนในพื้นที่เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ พร้อมอบรมผู้ให้บริการทั้งด้านความรู้ วิธีการและเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับการให้บริการงานอนามัยแม่และเด็ก และการส่งเสริมโภชนาการ ให้มีการประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตลอดจนสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการให้บริการ 2.รณรงค์ให้ประชาชนร่วมดูแลแม่และเด็ก ทั้งในครอบครัวของตนเองและชุมชน 3.สนับสนุนอาหารเสริมและยาที่จำเป็นแก่แม่และเด็ก 4.ศึกษาวิจัยเพื่อหาวิธีการในการให้บริการที่เหมาะสมต่อขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มชนในบางพื้นที่ ได้แก่ ชาวไทยภูเขาและชาวไทยมุสลิม ซึ่งการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวได้ส่งผลให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารมีภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้น
จากการเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในชนบทห่างไกลทุรกันดาร ในเขตภาคใต้เป็นประจำเกือบทุกปี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพบว่าในพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษในด้านความเป็นอยู่ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของ จ.นราธิวาสนั้น นอกจากจะมีเด็กเป็นจำนวนมากที่ด้อยโอกาสในการได้รับการพัฒนาและเลี้ยงดูอย่างถูกต้องตามวัยแล้ว ยังประสบปัญหาภาวะทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กก่อนวัยเรียนซึ่งเป็นวัยต้นของพัฒนาการ เนื่องจากได้รับอาหารปริมาณไม่เพียงพอ อาหารไม่มีคุณภาพทางโภชนาการ ผู้ปกครองเด็กต้องประกอบอาชีพเพื่อหารายได้ ทำให้ไม่มีเวลาเลี้ยงดูเด็กได้อย่างเต็มที่ ทรงเห็นว่าการขาดสารอาหารของเด็กในวัยดังกล่าว จะมีผล
กระทบโดยตรงต่อการพัฒนาและสติปัญญาของเด็ก
เมื่อปี 2527 พระองค์จึงได้มีพระราชกระแสให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเขาตันหยง อ.เมือง จ.นราธิวาส เพื่อรับเด็กก่อนวัยเรียนอายุ 2.5-5 ขวบ เข้ารับการเลี้ยงดูและให้มีการพัฒนาการอย่างถูกต้องเหมาะสมตามวัย และจากพระราชกระแสดังกล่าว ในปี 2527 โครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขต จ.นราธิวาส จึงถือกำเนิดขึ้น โดยพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้างศูนย์ดังกล่าวด้วย
จากจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเขาตันหยงได้นำไปสู่การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขึ้นตามพื้นที่ต่างๆ ของ จ.นราธิวาส ภายใต้แนวพระราชดำริที่จะส่งเสริมให้เด็กก่อนวัยเรียนในชนบทได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกต้องทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา และมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาและเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระเลี้ยงดูจากผู้ปกครองให้สามารถมีเวลาประกอบอาชีพอย่างเต็มที่ ตลอดจนเน้นการส่งเสริมให้ท้องถิ่นช่วยตนเองและร่วมมือกันพัฒนาท้องถิ่นของตน โดยเผยแพร่วิทยาการแผนใหม่ไปสู่ผู้ปกครองเด็กและชุมชนให้มีความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงดูเด็กให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ซึ่งเด็กเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญต่อไป







