
ตร.เร่งล่า"คชาชาต"-ไม่เชิญ"อุดมเดช"ให้ข้อมูลราชภักดิ์
รองโฆษกสตช. ระบุ อาจไม่มีความจำเป็นต้องเชิญ อดีตผบ.ทบ.ให้ข้อมูล เรื่องอุทยานราชภักดิ์ ประสานกองการต่างประเทศ เร่งตามตัว"พ.อ.คชาชาต"
รองโฆษกสตช. ระบุ อาจไม่มีความจำเป็นต้องเชิญ อดีตผบ.ทบ.ให้ข้อมูล เรื่องอุทยานราชภักดิ์ ประสานกองการต่างประเทศ เร่งตามตัว"พ.อ.คชาชาต"
วันที่ 11 พ.ย. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว พ.อ.คชาชาต บุญดี นายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำกองทัพภาคที่ 3 หลังมีกระแสข่าวว่าได้หลบหนีไปยังประเทศเมียนมา เบื้องต้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะประสานไปยังกองการต่างประเทศ ให้ตรวจสอบว่า พ.อ.คชาชาต หลบหนีไปประเทศดังกล่าวจริงหรือไม่
ส่วนกรณีที่นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง และพ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องหาในคดีเสียชีวิตลงระหว่างถูกควบคุมตัวภายในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี มณฑลทหารบกที่11 ระบุว่า กรณีการเสียชีวิตของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไม่กระทบกับการดำเนินคดี เนื่องจากทั้งคู่ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ ซึ่งทางตำรวจจะจำหน่ายคดีของผู้ต้องหาทั้ง2คนนี้ออกไป ตามประมวลกฏหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา39 อนุ 1 ทั้งนี้การดำเนินคดีดังกล่าวจะเหลือผู้ต้องหาเพียง2คน คือ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ และ พ.อ.คชาชาต เท่านั้น
ส่วนการสรุปสำนวนหลังจากมีการอดกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม ทำให้การดำเนินคดีในกรณีดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก3คดี การสรุปสำนวนจึงต้องขยายระยะเวลาออกไป คาดสรุปได้เร็วๆนี้
ขณะที่การดำเนินคดี ในความผิดเกี่ยวกับการหักส่วนแบ่งและค่านายหน้าจากการสร้างอุทยานราชภักดิ์ พล.ต.ต. ปิยะพันธ์ ยืนยันว่า ยังไม่มีตัวแทนของกองทัพเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่อย่างใด จึงทำให้ตำรวจไม่ดำเนินคดีกับใครได้ อีกทั้งไม่มีความจำเป็นต้องเชิญ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก เข้าให้ปากคำด้วย พร้อมย้ำว่า การดำเนินคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง กับเรื่องอุทยานราชภักดิ์ เป็นคนละกรณีกัน และอย่านำเรื่องทั้ง 2 มาเชื่อมโยง







