
TPP มาแล้ว AEC เหนื่อยแน่!! (ตอนที่ 1)
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกต่างพากันตกตะลึงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ 12 ประเทศที่มีอาณาบริเวณติดกับคาบมหาสมุทรแปซิฟิกได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางการค้า ที่มีชื่อว่า “ทีพีพี” (Trans-Pacific Partnership – TPP) แน่นอนว่าหลายประเทศที่กำลังตกตะลึงนั้นรวมถึงประเทศไทยของเราด้วย
วันนี้ผมจึงอยากพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวกันทั่วโลก เพื่อค้นหาว่า เหตุไฉน? เจ้าข้อตกลงความร่วมมือทางการค้าฉบับนี้จึงมีผลต่อประเทศไทยนัก ดังนี้
หนึ่ง เมื่อข้อตกลงทางการค้าองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) หมดน้ำยา
คุณผู้อ่านหลายท่านคงจำได้ว่า องค์การการค้าโลก เคยจัดการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก ครั้งที่ 4 ขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2544 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์
หลังจากการประชุมครั้งนั้นผ่านมาแล้วหลายปี พบว่ามีเรื่องที่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนงานได้ คือ การเปิดเสรีสินค้าเกษตร การแก้ปัญหาให้ประเทศกำลังพัฒนาที่ประสบโรคระบาดได้มียาราคาถูกรักษาโรค เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายๆ ประเทศเกิดความผิดหวัง และพยายามหันมาช่วยตัวเอง โดยการแสวงหาข้อตกลงทางการค้าใหม่ๆ กับกลุ่มประเทศใหม่ๆ
ความล้มเหลวของการประชุมองค์การการค้าโลกรอบโดฮา สะท้อนออกมาจากจำนวนข้อตกลงทางการค้าระดับภูมิภาค หรือที่เรียกกันว่า RTA (Regional Trade Agreement) ที่เป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างหลายประเทศที่อยู่ในภูมิภาคและเงื่อนไขของข้อตกลงนั้น เช่น AEC, TPP และอื่นๆ ในปี 2533 พบว่าในโลกใบนี้มีข้อตกลงแบบ RTA เพียง 70 ฉบับเท่านั้น
แต่ในปัจจุบันข้อตกลง RTA ได้เพิ่มขึ้นเป็น 270 ฉบับแล้ว หรือโตขึ้นเกือบ 300% ภายในระยะเวลาเพียง 25 ปี ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างดิ้นรนจับมือกับประเทศอื่นๆ เซ็นสัญญากันเป็นเขตการค้าเสรีระหว่างกัน โดยไม่มีใครรอข้อตกลงขององค์การการค้าโลกอีกต่อไปแล้ว
สอง ไทยอยู่ใน RTA ไหนบ้าง?
RTA หรือข้อตกลงทางการค้าระหว่างภูมิภาคนั้น ประเทศไทยได้ทำกับประเทศอื่นๆ ไว้อย่างมากมาย ถ้าเป็นระดับพหุภาคีหรือทำกับหลายประเทศในข้อตกลงเดียวกันนั้นก็มีมากมาย เช่น ASEAN, ASEAN+3, ASEAN+6, BIMSTEC (Bangladesh-India-Myanmar-Sri Lanka-Thailand Economic Cooperation) และอีกมากมาย
ในส่วนทวิภาคีหรือทำกันระหว่างสองประเทศก็มีอีกเยอะ เช่น Thai-Japan, Thai-Australia, Thai-India เป็นต้น
แต่ RTA ที่ประเทศไทยคิดว่าจะเป็นโล้เป็นพาย และจะทำให้ประเทศไทยเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ก็คือ ข้อตกลงของ ASEAN ในส่วนที่เป็นเสาหลักด้านเศรษฐกิจที่ทุกวันนี้เรามักจะชอบเรียกกันว่า AEC (Asean Economic Community) หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งได้กำหนดวันเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธ.ค.ปีนี้ หรืออีกเพียงไม่ถึงสองเดือนนี้ครับ
สาม เมื่อไทยคิดว่า ‘AEC’ ใหญ่พอแล้วคงไม่ต้องง้อใคร
ข้อสามนี้...ผมว่าต้องมีคุณผู้อ่านรู้เรื่อง AEC อย่างละเอียดลออกันหลายท่านทีเดียว อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตอธิบายความยิ่งใหญ่ของ AEC ให้ฟังกันซักหน่อย...เผื่อท่านผู้อ่านที่ยังไม่ทราบบางส่วน
AEC คือการรวมตัวของชาติใน Asean 10 ประเทศ เพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน จะมีรูปแบบคล้ายๆ กลุ่ม Euro Zone นั่นเอง จะทำให้มีผลประโยชน์และอำนาจต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าได้มากขึ้น และการนำเข้าส่งออกของชาติในอาเซียนก็จะเสรี โดยมี AEC Blueprint (แบบพิมพ์เขียว) บางส่วนที่ผมมองว่าเข้าท่า ได้แก่ การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันทั่วทั้งอาเซียน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ไทยมองว่าน่าจะมีข้อได้เปรียบมาก เพราะนำชิ้นส่วนจากทั่วทั้งอาเซียนมาประกอบที่ไทย พอประกอบเสร็จก็ส่งกลับไปขายทั้งในอาเซียนและทั่วโลก
ภาพที่คุณผู้อ่านอาจจะได้เห็นหลังการเปิด AEC โดยอธิบายให้เห็นภาพเข้าใจง่ายๆ เช่น ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการบิน เพราะว่าอยู่กลางอาเซียน และจะทำให้ไทยโดดเด่นในเรื่องการจัดการประชุมต่างๆ การแสดงนิทรรศการ ศูนย์กระจายสินค้า และการบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ
การค้าขายจะขยายตัวเป็นอย่างมากในส่วนของอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น รถยนต์ การท่องเที่ยว การคมนาคม แต่อุตสาหกรรมที่น่าห่วงของไทย คือ ที่ใช้แรงงานเป็นหลัก เช่น การเกษตร การก่อสร้าง โดยเฉพาะอุตสาหกรรรมในโรงงานที่ใช้แรงงานจำนวนมากจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากฐานการผลิตอาจย้ายไปประเทศที่ผลิตสินค้าทดแทนได้ เช่น อุตสาหกรรมรองเท้า สิ่งทอ เป็นต้น
ไทยจะเป็นศูนย์กลางอาหารโลกในการผลิตอาหาร เพราะไทยมีประสบการณ์และศักยภาพในการทำตลาดสูง ประกอบกับทำเลที่ตั้งเหมาะสมเป็นอย่างมาก จึงถือได้ว่า ธุรกิจอาหาร เป็นธุรกิจของคนไทยที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันสูง
อ่านถึงตรงนี้แล้ว...คุณผู้อ่านหลายท่านคงคิดว่า หลังเปิด AEC แล้ว ประเทศไทยจะต้องเติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่ๆ เลย แต่ในความเป็นจริง... “ฝันร้าย” อาจจะรออยู่ข้างหน้าก็ได้ครับ
ดังนั้น จึงขอเรียนเชิญคุณผู้อ่านติดตาม “TPP...มาแล้ว AEC…เหนื่อยแน่!!” ตอนจบได้ในวันถัดไปครับ







