posttoday
DSIสั่งไม่ฟ้องTPIไซฟ่อนเงิน

DSIสั่งไม่ฟ้องTPIไซฟ่อนเงิน

19 กรกฎาคม 2553

ดีเอสไอไม่ฟ้องคดีทีพีไอโพลีน พบข้อพิรุธพนักงานสอบสวนชุดเดิมไม่ทำคดี 258ล.พุ่งปมเฉพาะคดีทำผิดพรบ.พรรคการเมืองใช้เพียงคำบอกเล่ากล่าวหาเพื่อให้มีผลต่อรูปคดียุบพรรค เตรียมส่งสำนวนหลักฐานให้ศาลรธน.ประกอบการพิจารณา

ดีเอสไอไม่ฟ้องคดีทีพีไอโพลีน พบข้อพิรุธพนักงานสอบสวนชุดเดิมไม่ทำคดี 258ล.พุ่งปมเฉพาะคดีทำผิดพรบ.พรรคการเมืองใช้เพียงคำบอกเล่ากล่าวหาเพื่อให้มีผลต่อรูปคดียุบพรรค เตรียมส่งสำนวนหลักฐานให้ศาลรธน.ประกอบการพิจารณา

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  กล่าวกรณีมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)ว่า มีพฤติการณ์การกระทำความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยการจ่ายเงินค่าจ้างให้บริษัทเมซไซอะ บิชิเนสแอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เพื่อจัดทำสื่อโฆษณาและที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ ในโครงการต่างๆ มูลค่ากว่า 263 ล้านบาท และบริษัทเมซไซอะ ได้นำเงินเกือบทั้งหมด ไปจัดทำสื่อโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ ให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 และ 2551 เรื่องดังกล่าวดีเอสไอได้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการเลือกตั้ง เพื่อพิจารณา และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

นายธาริต กล่าวอีก สำหรับการดำเนินคดี ในส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดหลัก  ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอได้รับการร้องเรียนว่า มุ่งทำคดียุบพรรคซึ่งเป็นคดีรองมากกกว่า คดีหลักที่บริษัททีพีไอ ทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  และนำไปสู่การลาออกของพนักงานสอบสวนชุดเดิมทั้งหมด จึงได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีฯเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดใหม่ และคณะพนักงานสอบสวนพบว่า การกล่าวหาเป็นการรับฟังข้อเท็จจริง จากการบอกเล่ามาอีกทอดหนึ่ง และผู้กล่าวหาไม่สามารถให้รายละเอียดได้ชัดเจนเพียงพอ  โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานอื่น ที่สำคัญ เช่น งบการเงินประจำปี   และหลักฐานการทำงานที่ว่าจ้างซึ่งมีความชัดเจน และเชื่อได้ว่า  บริษัท เมซไซอะฯ ได้มีการทำงานตามที่ว่าจ้างจริง  ทำให้เห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่พอที่จะใช้ยืนยัน หรือพิสูจน์ ความผิดของบริษัททีพีไอฯ กระทำผิด พนักงานสอบสวนจึงเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา และตนในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เห็นควรสั่งไม่ฟ้องเช่นกัน ซึ่งดีเอสไอจะดำเนินการตามป.วิอาญา

นายธาริต กล่าวว่า การสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าวจะส่งผลต่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ หรือไม่ ดีเอสไอไม่ขอก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เชื่อว่าการไม่สั่งฟ้องอาจส่งผลต่อน้ำหนักคดียุบพรรค แต่คดีนี้พบข้อพิรุธมาตั้งแต่ต้น  เนื่องจากพบว่าพนักงานสอบสวนมุ่งทำแค่คดีรอง ไม่ทำคดีหลัก

“ยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีใบสั่งให้ช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือพรรคประชาธิปัตย์  เพราะมีสำนวนการสอบสวนเป็นพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งดีเอสไอต้องส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ส่วนผลทางคดีจะออกมาเป็นเช่นไร ถือเป็นดุลยพินิจของศาล”นายธาริตกล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน