
เร่งสปีด
เมื่อวานนี้ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ประกาศผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการทำธุรกิจในแต่ละประเทศ (Ease of Doing Business) ประจำปี 2016 ออกมาแล้ว ไทยเราได้ที่ 49 ร่วงมาสามอันดับจากที่ 46 ในปีที่แล้ว
เมื่อวานนี้ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ประกาศผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการทำธุรกิจในแต่ละประเทศ (Ease of Doing Business) ประจำปี 2016 ออกมาแล้ว ไทยเราได้ที่ 49 ร่วงมาสามอันดับจากที่ 46 ในปีที่แล้ว
หากดูอันดับเผินๆ เทียบกับในอาเซียนด้วยกันเองอาจไม่น่าสนใจเท่าไหร่นัก เพราะสิงคโปร์ก็ยังคงรั้งอันดับ 1 มา 10 ปีซ้อน ขณะที่มาเลเซียและไทย ก็ตามมาเป็นที่ 2 และที่ 3 หลายสมัยเช่นเดียวกัน ได้ที่ 3 ของอาเซียน และติด 1 ใน 50 ของโลกมาก็น่าพอใจได้ แต่ถ้าลองไปดูเนื้อในละก็น่าสนุกค่ะ
ที่จริงแล้ว อันดับของไทยในรายงานอย่างเป็นทางการปี 2015 อยู่ที่อันดับ 26 ของโลกด้วยซ้ำ แต่การปรับปรุงวิธีการวัดผลใหม่ในหลายด้านให้เข้มข้นขึ้น ทำให้อันดับของไทยร่วงกราวรูดมาอยู่ที่ 46 ส่วนใหญ่แพ้ให้กับประเทศกำลังพัฒนาในยุโรป ไปจนถึงประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ที่กำลังเร่งศักยภาพ เช่น คาซัคสถาน และชิลี
ที่อยากจะย้ำก็คือ อันดับที่ร่วงลงในปี 2016 ยังไม่น่าสนใจเท่ากับว่า สปีดการพัฒนาของเรายังช้าเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งในและนอกภูมิภาคค่ะ พูดง่ายๆ ว่า คะแนนของเราดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ดีพอถ้าเทียบกับคนอื่น
คะแนนของไทยเราเพิ่มขึ้นมาเพียงแค่ 0.09% เท่านั้น นำโดยด้านการขออนุญาตการก่อสร้าง ที่ขยับขึ้นจากอันดับ 47 มาเป็น 39 เพราะใช้เวลาดำเนินการลดลงจาก 113 วัน เหลือ 103 วัน แต่การประเมินในอีก 9 เรื่องที่เหลือ ล้วนแต่คงที่ หรือไม่ก็แย่ลงทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องการชำระภาษีและการเข้าถึงสินเชื่อนั้นลดลงมากที่สุด
ถ้าเทียบกับเพื่อนบ้านจะเห็นว่า แม้อันดับรวมจะยังห่างชั้น แต่เขาสปีดการพัฒนาได้เร็วมาก เช่น อินโดนีเซีย มีการพัฒนาดีขึ้นใน 3 ด้าน ทำให้มีคะแนนดีขึ้น 1.39% หรือเวียดนาม มีการพัฒนาดีขึ้น 5 ด้าน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเรื่องพลังงานรองรับการลงทุนในประเทศ ที่ขยับถึง 22 อันดับ ทำให้มีคะแนนเพิ่มขึ้น 1.75%
ที่ใกล้เคียงกับไทยที่สุดก็คงจะเป็นมาเลเซีย ที่อาจเรียกได้ว่ากอดคอกันย่ำอยู่กับที่ เพราะมีคะแนนเพิ่มมานิดเดียวเท่านั้น ในขณะที่การพัฒนาหลายด้านกลับแย่ลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรัฐบาลมาเลเซียเผชิญมรสุมทางการเมืองอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของไทยเรา เพิ่งระดมมันสมองร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนกันไป เพื่อหวังขยับอันดับของไทยในเวทีโลก แต่ก็ปรับเปลี่ยนอะไรไม่ได้มากนัก เพราะระยะเวลาค่อนข้างกระชั้นมากก่อนที่เวิลด์แบงก์จะรายงานอันดับในเดือน ต.ค.ของปี
แต่หากทีมเศรษฐกิจเอาจริงกับการพัฒนาตามที่เคยประกาศเอาไว้ และไม่ลืมว่าหลายประเทศกำลังเร่งสปีดในยุคที่การแข่งขันทางการค้าและการลงทุนไม่รอท่าใคร อันดับของไทยในเวทีนี้ก็อาจน่าจะดีขึ้นมาได้ไม่ยากในปีหน้าค่ะ







