posttoday
ภัยคุกคามที่รัฐอย่ามองข้าม

ภัยคุกคามที่รัฐอย่ามองข้าม

29 ตุลาคม 2558

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์   

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์   

จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารหรือไอที ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬาร รวดเร็ว กว้างขวางต่อการดำเนินชีวิตและกิจกรรมต่างๆ ของคนไทยอย่างมากมายมหาศาลจนคาดไม่ถึง ชีวิตของคนไทยที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนกลายเป็นปัจจัย 5 ในการดำรงชีวิตของคนเมืองไปแล้ว หากระบบสื่อสารล้มเหลวหรือหยุดชะงักย่อมส่งผลกระทบต่อการทำงานและการดำเนินชีวิตของคนไทยหลายสิบล้านคนที่จะเกิดอาการหงุดหงิดในที่สุดเมื่อหาที่ลงไม่ได้ก็จะลงมาที่รัฐบาลแทน

ดังนั้น หน้าที่สำคัญประการหนึ่งของรัฐบาลก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้คนไทยสามารถใช้สื่อออนไลน์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ต่อเนื่องอย่าให้หยุดชะงัก หากเกิดชะงักขึ้นมาก็ต้องหาทางแก้ไขให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะ
เร็วได้ หากสาเหตุมาจากนอกประเทศ รัฐบาลก็ยังพออ้างได้ แต่ถ้าระบบในประเทศถูกโจมตีจนระบบเกิดอาการชะงักไม่ได้ดังใจคนใช้ รัฐบาลย่อมตกอยู่ในอันตราย

ดังนั้น การพึ่งพาระบบไอทีมากเกินไป หากระบบล้มเหลวหรือหยุดชะงัก จึงถือว่าเป็นภัยคุกคามประการหนึ่งต่อความมั่นคงของประเทศ หลายปีก่อนเราเคยจัดไว้ในประเภท “ภัยคุกคามในอนาคต” แต่วันนี้ไม่ใช่เป็นภัยคุกคามในอนาคตเสียแล้ว เนื่องจากเป็นภัยคุกคามที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยเผชิญกับภัยคุกคามนี้เมื่อมีกลุ่มที่ไม่พอใจนโยบายหรือแนวคิดของรัฐบาลไทยเรื่อง “ซิงเกิ้ลเกตเวย์” โดยการรวมหัวกันในหมู่คนไทยในประเทศและต่างประเทศ ซ้ำยังดึงเอาคนนอกบ้านมาช่วยกันโจมตีระบบของหน่วยราชการไทยหลายแห่งทำให้ระบบเกิดอาการหยุดชะงักหรือทำให้ช้าไป ข้อมูลลับของทางการอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะถูกโจมตี ที่หลายหน่วยงานยอมรับว่าไม่ได้เตรียมป้องกันไว้ก่อนทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ระดับ “น้ำจิ้ม” เท่านั้น ของจริงยังไม่มา

เหตุผลของทั้งภาครัฐและภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่พอเข้าใจได้ ภาครัฐมองในแง่ของความมั่นคงของประเทศที่ปรากฏว่า มีการเจาะ ขัดขวางหรือปล่อยข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศมากขึ้น จึงคิดว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถสกัดกั้นระงับ ยับยั้ง ข้อมูลอันตรายเหล่านั้น วิธีหนึ่งคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะรวมเกตเวย์ที่เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการอยู่ 11 บริษัทเอามาผ่านช่องทางเดียวเพื่อสะดวกในการดูแล ตรวจตรา หากเจออะไรที่ไม่ดีก็จะได้ป้องกัน ระงับ ยับยั้งเสียก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ ในขณะที่ผู้ใช้มองว่าเป็นการกระทบต่อเสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร สอดคล้องกับช่วงจังหวะเวลาที่กำลังมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และกำลังพิจารณาหมวดว่าด้วยสิทธิเสรีภาพพอดี  

เราตั้งสมมติฐานว่า คนไทยทั้งในและนอกประเทศที่ระดมกำลังกันมาขัดขวางระบบของทางราชการให้หยุดชะงัก เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการสื่อสารของตน ไม่ได้มีจุด
มุ่งหมายเกินกว่านั้น ชาวต่างประเทศที่เข้าร่วมก็เพราะเห็นอกเห็นใจคนไทย อีกทั้งต่อต้านสิ่งที่เขาเกรงว่ารัฐจะละเมิดเสรีภาพในการสื่อสารและการแสดงความคิดเห็น เมื่อรัฐบาลออกมายืนยันว่าความคิดเรื่อง
“ซิงเกิ้ลเกตเวย์” เป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น เราเห็นว่าเมื่อมีปฏิกิริยาขนาดใหญ่อย่างคาดไม่ถึงเช่นนี้ โครงการดังกล่าวคงพับใส่ลิ้นชักได้ และหามาตรการอื่นในการสกัดกั้นการส่งข้อมูลทางสื่อออนไลน์ที่กระทบต่อความมั่นคงต่อไป แต่ถ้าการโจมตียังไม่ยุติ อาจเป็นไปได้ว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันซึ่งเป็นวันหยุดยาวของสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าสื่อสิ่งพิมพ์ในไทยสองฉบับปล่อยข่าวว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งกำลังพิจารณาว่าด้วยหมวดสิทธิเสรีภาพมีแผนที่จะตั้งองค์กรขึ้นมาตรวจสอบควบคุมสื่อออนไลน์ที่มีคนไทยใช้อยู่หลายสิบล้านคน จน กรธ.ต้องรีบออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง เรื่องนี้เป็นสิ่งอ่อนไหวอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าสื่อสิ่งพิมพ์ 2 ฉบับนั้นได้ข้อมูลมาผิดหรือกองบรรณาธิการจงใจที่จะบิดเบือนข่าวเพื่อปลุกระดมคนที่ใช้สื่อออนไลน์หลายสิบล้านคนมาต่อต้านรัฐบาลและ คสช.ด้วยการใช้  กรธ.เป็นเหยื่อ ข่าวประเภทนี้ถ้าคนที่มีสติหยุดคิดสักนิดก็รู้ว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ใครจะกล้าตั้งองค์กรขึ้นมาคุมสื่อออนไลน์ซึ่งคุมกันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะสื่ออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้มีข้อดีมากมายกว่าข้อเสีย ส่วนข้อเสียก็แก้ไขกันไป

นักยุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาอย่างจริงจังและรอบคอบในการประเมินภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ เพราะหากระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ถูกโจมตีขัดขวางให้หยุดชะงักหรือล้มจะเป็นอันตรายต่อชาติยิ่งกว่าถูกโจมตีทางการทหาร เพราะจะเกิดความวิบัติอย่างใหญ่หลวงต่อระบบเศรษฐกิจ การคมนาคม การสื่อสาร ฯลฯ ของประเทศ คนไทยในสังคมก้มหน้าจะกระวนกระวายใจนั่งไม่ติดเพราะติดต่อกันไม่ได้ ทำอะไรไม่เป็น และจะพากันก่นด่ารัฐบาลกันยกใหญ่ ระบบราชการและเอกชนจะเป็นอัมพาต ดังนั้นขีดความสามารถในการฟื้นวิกฤตในเวลาที่รวดเร็วจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากการป้องกัน ระงับ ยับยั้งไม่ให้ระบบสื่อออนไลน์ของประเทศถูกโจมตี

คนไทยทุกคนสามารถ “เข้าถึง” ข้อมูลข่าวสารได้เท่าเทียมกัน แต่แพ้ชนะอยู่ที่ (1) การรู้จักเลือกข้อมูลที่จะใส่ไว้ในสมองลิ้นชักซึ่งมีจำกัด เพราะหากใส่เข้าไปๆ ลิ้นชักก็จะล้น ดังนั้น ต้องรู้จักเลือกข้อมูลที่ตนเองสนใจ หากลิ้นชักเต็มไป เทขยะทิ้งไปบ้าง เก็บไว้เฉพาะที่จำเป็น (2) การรู้จักแยกแยะว่าอะไรจริงไม่จริง อะไรเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลานี้มีการปล่อยข่าวกันทางสื่อออนไลน์กันมากมาย ข่าวจริงผสมข่าวลวง มีการเล่นแร่แปรธาตุกับข่าว (3) การรู้จักวิเคราะห์ข่าว ส่วนใหญ่จะรับเอามาทั้งดุ้นตัดแปะไปเรื่อย และคิดว่าตัวเองรู้ดีกว่าคนอื่น คนที่สามารถแปลงข้อมูลข่าวสารเป็นข่าวกรองได้จะก่อให้เกิดความรู้ ความรู้นำไปสู่ปัญญา ปัญญาสามารถแยกแยะดีชั่ว ถูกผิดออกจากกันได้ ซึ่งความสามารถนี้ไม่เกี่ยวกับวุฒิการศึกษา เพราะบางคนได้ดอกเตอร์มาแล้วยังแยกไม่ออกว่าอะไรดีอะไรชั่ว มีเยอะที่หลงผิดคิดว่าความชั่วคือความดี (4) การนำความรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ในทางจังหวะเวลาที่เหมาะสม หากท่านทำได้ทั้ง 4 ข้อนี้ ท่านก็สามารถชนะคนอื่นได้

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม