
ยัน‘ประวุฒิ’ไม่ลาออก แฉหมอหยองซุกทรัพย์ให้ญาติ
การแถลงข่าวของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะ ในคดีแอบอ้างสถาบันตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
การแถลงข่าวของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะ ในคดีแอบอ้างสถาบันตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ต้องหา 3 คน คือสุริยัน สุจริตพลวงศ์ไ หรือหมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา อดีต สว.บก.ปอท. และจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมาก โดยมีการนำแผนผังเครือข่ายการกระทำความผิด พร้อมทั้งของกลางจำนวนมากที่กลุ่มผู้ต้องหายักยอกมาจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ผู้ต้องหาคดีแอบอ้างสถาบัน ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้มาแสดง
ทรัพย์สินดังกล่าว อาทิ ปืนพก 25 กระบอก ปืนสงครามพร้อมเครื่องกระสุน พระเครื่อง เครื่องประดับหรูราคาแพง ธนบัตรหลายสกุล กีตาร์ไฟฟ้า วิทยุสื่อสาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของ พ.ต.ต.ปรากรมที่ขณะนั้นไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน แต่อาศัย “คนใน” พาเข้าไปกวาดทรัพย์สินของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก่อนที่ทหารจะเข้าตรวจยึด และนำมาเป็นของตัวเอง
ความผิดของ 3 ผู้ต้องหาที่เป็นคดีใหญ่ของประเทศ ถูกแจกแจงให้เห็นถึงการกระทำความผิดที่แอบอ้างสถาบัน รวมความผิด 13 คดี ซึ่งส่วนใหญ่ สุริยัน พ.ต.ต.ปรากรม และจิรวงศ์ ตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง เพื่อขอรับการสนับสนุนในการจัดทำสิ่งของ และเรียกรับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนต่างๆ รวมทั้งแอบอ้างเป็นผู้แทนพระองค์นำพระไปมอบให้บริษัทเอกชน
ขณะที่ พ.ต.ต.ปรากรม กับพวก มีข้อหาเกี่ยวกับการมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ทหารพบอาวุธ วิทยุ รถยนต์ ผิดกฎหมาย อีกทั้งร่วมกับบริษัท สามารถเทลคอม กับพวก ตั้งสถานีวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต และบังอาจแอบอ้างเบื้องสูงขอสนับสนุนหมายเลขโทรศัพท์เลขสวยจาก กสทช.
แผนผังความผิดที่ตำรวจนำแสดงระหว่างการแถลงเห็นภาพชัดเจน สุริยัน และจิรวงศ์ เรียกบริษัท แมค บารา มาคุยเพื่อสั่งผลิตเข็มกลัดเพื่องานไบค์ฟอร์มัมโดยผ่านการแนะนำของฝ่ายจัดซื้อ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จากนั้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2558 สุริยันสั่งทำเข็มกลัดจำนวน 3 แสนชิ้น ซึ่งต่อมา ทิพวรรณ อัศวก้องเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท แมค บารา ได้พบกับ สุริยัน และจิรวงศ์ โดย ทิพวรรณ เสนอราคาเข็มกลัดชิ้นละ 3.70 บาท แต่สุริยันให้เพิ่มราคาเป็น 5.70 บาท แล้วให้เอาเงินส่วนกลางโอนให้สุริยัน
จากนั้น ทิพวรรณ ส่งใบเสนอราคามาให้บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) โดยแบ่งเสนอราคาเป็น 5 บริษัท รวม 3 ล้านบาท ซึ่งทางเครือซีพีจ่ายค่ามัดจำ 50% จำนวน 1.4 ล้านบาทให้กับบริษัท แมค บารา และทิพวรรณ ถอนเงินออกจากบัญชีบริษัทจำนวน 1.2 ล้านบาท เข้าบัญชีธนาคารของบุคคลหนึ่ง จากนั้นนำเงินไปซื้อกองทุนสะสมในนามของสุริยัน ส่วนอีก 2 แสนบาทเข้าบัญชีของจิรวงศ์ที่ได้ถอนเงินมาใช้จนหมด
ขณะที่ สุริยัน และจิรวงศ์ ยังใช้วิธีการเดิมเพื่อเรียกรับผลประโยชน์เข้าสู่กระเป๋าตนเองด้วยการแอบอ้างสถาบัน กิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ โดยสุริยัน สั่งทำเข็มกลัดอีก 2 ล้านชิ้น ซึ่ง ทิพวรรณ เสนอราคา
ชิ้นละ 2.75 บาท จากนั้นเสนอราคาให้เครือเมืองไทยประกันภัย และ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต รวมราคา 19.7 ล้านบาท โดยทั้งสองบริษัทจ่ายค่ามัดจำ 50% เป็นเงิน 5.3 ล้านบาท ให้กับบริษท แมค
บารา จากนั้น ทิพวรรรณ ถอนเงินจากบัญชี 4.7 ล้านบาท โอนให้กับเครือข่ายของสุริยัน และจิรวงศ์
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนรอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ กล่าวว่า ต้องใช้เวลาราว 3 เดือนถึงจะสรุปคดีได้ทั้งหมด ระหว่างนี้หากพาดพิงไปถึงใคร หรือมี
หลักฐานไปถึงผู้ใดก็ตาม ก็จำต้องอนุมัติหมายจับดำเนินคดีทันที
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวว่า การสืบสวนขยายผลทำได้ยาก เนื่องจากผู้ร่วมขบวนการบางส่วนไหวตัวทัน และมีการทำลายหลักฐานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จึงต้องใช้ผู้ชำนาญในการกู้ข้อมูลอยู่ในขณะนี้ ส่วนพฤติการณ์ของสุริยัน พบว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยง ซ่อนเร้น อำพรางทรัพย์สินไปยังญาติใกล้ชิด และมีการแปรสภาพ ยากต่อการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ในการแถลงครั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม หลังมีกระแสข่าวว่า มีนายพลตำรวจ และนายทหาร ร่วมแอบอ้างสถาบันฯ หาประโยชน์ด้วย โดย พล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุว่า ถ้าผลสอบสวนไปถึงใครก็จะออกหมายจับคนนั้นแน่
สำหรับข่าวลือการลาออกของ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา สบ.10 ที่หลายกระแสข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในกลุ่ม “หมอหยอง”ด้วยนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชี้แจงว่ายังไม่เห็นหนังสือลาออก และก็ไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนตัวโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เป็นหน้าที่เดิมของ พล.ต.อ.ประวุฒิ
“ผมก็ไม่เข้าใจว่าจะห่วงอะไรกันนักหนา ท่านประวุฒิยังไม่ห่วงตัวเองเท่าไหร่เลย ท่านกลับมาก็มาทำงานเหมือนเดิม ผมเปลี่ยนเพราะอยากให้ท่านได้พักบ้าง ไม่มีอะไร ก็เอาคนใหม่มาทำแทน ถ้าคนใหม่อย่าง พล.ต.อ.เดชณรงค์ ทำงานไม่ดี ผมก็เปลี่ยนได้อีก” พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว
ผบ.ตร.แถลงอีกว่า ยังไม่พบหลักฐานว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ส่วนเรื่องลาไปต่างประเทศ ก็เป็นสิทธิที่กระทำได้อยู่แล้ว แต่จะให้ชัดก็คงต้องไปถาม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง อดีต ผบ.ตร. เพราะเขียนใบลาในช่วงที่อดีต ผบ.ตร.ยังดำรงตำแหน่งอยู่







