posttoday
รางวัลนำจับใบเสร็จการฉ้อราษฎร์ (1)

รางวัลนำจับใบเสร็จการฉ้อราษฎร์ (1)

26 ตุลาคม 2558

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

การทุจริตคอร์รัปชั่นหรือการฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นภัยอันตรายร้ายแรงที่ฝั่งรากลึกมานานแล้วในประเทศเรา  การปฏิรูปประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันนี้ หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ก็อย่าหวังว่าจะปฏิรูปประเทศไทยได้

ประเทศชาติเราไม่สามารถพัฒนาให้เจริญเท่าเทียมนานาอารยประเทศได้ ก็เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นโครงการต่างๆ ที่จะสร้างความเจริญให้กับประเทศต่างแก่งแย่งช่วงชิงผลประโยชน์กันในกลุ่มนักการเมือง จนทำให้โครงการดีๆ ไม่สามารถทำได้ หรือถ้าจะทำได้ก็ใช้เวลานานมาก

การขุดคอคอดกระมีความคิดริเริ่มตั้งแต่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่จนบัดนี้ยังเถียงกันไม่จบ ปล่อยให้สิงคโปร์เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเดินเรือได้อย่างมหาศาลและเป็นเรื่องแปลกที่ในอดีต ทุกครั้งที่ประเทศไทยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์มักจะเดินทางมาประเทศไทย

รถไฟไทยเริ่มสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 วันนี้ก็ยังมีสภาพเดิม ไม่ได้พัฒนาให้ทันสมัย และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ กิจการที่ผูกขาดนี้กลับขาดทุนมหาศาล

ทางด่วนที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เริ่มโครงการตั้งแต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้เวลา 25 ปี ประชาชนจึงมีโอกาสได้ใช้ทางด่วน

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในรัฐบาลประชาธิปไตยที่ผ่านมานับวันแต่จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น จำนวนเงินที่ออกนอกระบบมีจำนวนเพิ่มขึ้น จนดูเหมือนว่าจะไม่มีทางแก้ไขได้ในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเฉพาะนโยบายประชานิยม จนกระทั่งภาคเอกชนเองก็ทนไม่ไหว ได้รวมตัวกันตั้งภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นเมื่อปี 2553 โดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็น
แกนนำ

แม้จะเป็นการรวมตัวกันของภาคเอกชนในการต่อต้านคอร์รัปชั่น จะยังไม่มีผลงานอะไรที่โดดเด่นและไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในยุคนั้น  แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น มี ประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธาน มีผลงานเป็นรูปธรรมคือการรวบรวมเรื่องราวการทุจริต ทำเป็นพิพิธภัณฑ์เตือนให้คนไทยตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชั่น 

มาถึงรัฐบาล คสช.ในยุคนี้ ที่มีนโยบายเอาจริงกับการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงมีความหวังขึ้นมาว่า แม้ไม่สามารถจัดการการทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดไปได้แต่น่าจะลดลงได้บ้าง

การลุกขึ้นมาต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ของประมนต์ ย่อมไม่เป็นที่พอใจของคนที่เสียผลประโยชน์ จึงมีการให้ข้อมูลเป็นข่าวว่า ประมนต์มีประวัติด่างพล้อยมาก่อน ไม่ได้ต่อต้านการคอร์รัปชั่นจริงและยังมีข่าวว่าบริษัท โตโยต้า ยักษ์ใหญ่ในวงการรถยนต์ ซึ่งประมนต์เป็นประธานบริษัทอยู่ หนีภาษีเป็นเงินกว่าหมื่นล้านบาท

ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะโดยภาพรวมแล้วโตโยต้ามีภาพลักษณ์องค์กรที่ยึดหลักธรรมาภิบาล และเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญการฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างมาก และเมื่อพูดถึงโตโยต้าผมยังนึกถึงช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสั่งซื้อรถโตโยต้าเพื่อให้บริษัท โตโยต้า ไม่ทิ้งประเทศไทย

ผมเชื่อว่าแม้โตโยต้าจะลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก ให้ความสำคัญโดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิตใหญ่ก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าโตโยต้าจะไม่เลี่ยงภาษี เพราะในอดีตมีบริษัทญี่ปุ่นหลบเลี่ยงภาษีนำเข้าเหล็กซิลิคอน เป็นเงินกว่าหมื่นบาทมาแล้ว แต่ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ คือ การประกาศยกเลิกการประกอบรถยนต์ไฮบริด พรีอุส ในประเทศไทย ทั้งๆ ที่เป็นรุ่นที่ยังขายได้ดีและโตโยต้าประกาศต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด จึงเป็นเรื่องที่น่าจะมีอะไรมากกว่าการให้ข่าวของกรมศุลกากร

เรื่องนี้คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและโตโยต้า ถ้ามีการหลีกเลี่ยงภาษีจริงโตโยต้าก็ต้องรับผิดชอบ แต่หากไม่ใช่เป็นการเลี่ยงภาษี เจ้าหน้าที่ผู้ประเมินจะรับผิดชอบอย่างไร ถ้าโตโยต้าแพ้ต้องใช้เงินจำนวนมากขนาดนี้ คงย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านที่พร้อมจะรับการลงทุนอภิมหาโปรเจกต์ขนาดนี้  เพราะเหตุผลคงไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่โตโยต้าไม่อาจยอมรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรได้

สำหรับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ถ้าชนะจะได้รับเงินรางวัลนำจับหลายพันล้านบาท แม้จะแบ่งให้อธิบดีหลายคนตามบัญชี แม้จะแบ่งกันทั้งกรมก็คงมีเงินเหลือเป็นกอบเป็นกำ แต่ถ้าแพ้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติก็รับราชการกินเงินเดือนจากภาษีอากรต่อไป โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แถมได้ความดีความชอบไปแล้ว ด้วยเหตุผลอย่างนี้จึงทำให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรบางกลุมบางพวกขยันจนเกินเหตุ

เงินรางวัลนำจับจึงเป็นดาบ 2 คม ในแง่ดีเป็นการกระตุ้นให้ข้าราชการขยันทำงาน แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งจะทำให้เกิดการใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบของข้าราชการที่มีความโลภ เป็นการใช้กฎหมาย ใช้อำนาจหน้าที่ตามอำเภอใจ ผลร้ายจะตกกับประเทศที่ทำให้ผู้ประกอบการเห็นว่าข้าราชการไทยไม่มีมาตรฐานในการทำงาน ถ้าเป็นอย่างนี้คงไม่มีใครอยากจะมาลงทุนเป็นแน่

ในหลักการทำงานจำเป็นที่จะต้องมีรางวัลนำจับหรือไม่

ที่ผ่านมาอดีต ผบ.ตร.ให้รางวัลชุดสอบสวนคดีระเบิดราชประสงค์  มีนักวิชาการไม่เห็นด้วย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เป็นหลักการที่ถูกต้องหรือไม่  โดยตั้งคำถามว่าถ้าต่อไปมีคดีสำคัญจะต้องมีการมอบรางวัลให้ทุกคดีอย่างนั้นหรือ

ข้าราชการแม้มีรายได้น้อยกว่าภาคเอกชน แต่รัฐเลี้ยงดูอย่างดี แม้เกษียณอายุไม่ได้ทำงานแล้ว รัฐก็ยังจ่ายเงิน ดูแลให้สวัสดิการจนวันตาย

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่เข้ามารับผิดชอบเศรษฐกิจของประเทศจะไม่ปรายตามาดูปัญหาที่จะกระทบการลงทุนอย่างนี้บ้างหรือ

เรื่องรางวัลนำจับยังมีหลักการที่ต้องพูดถึงอีกมากว่า ยังควรมีต่อไปหรือไม่ ถ้าเห็นว่ายังควรมี หากเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในทางมิชอบจะต้องรับผิดชอบอย่างไร

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่