
ทวงตำแหน่งผู้นำอัญมณีโลก
ผู้สมัครกรรมการสมาคมอัญมณีวางเป้าทวงตำแหน่งผู้นำอัญมณีโลก เร่งพัฒนาอุตฯ สู้ทีพีพี
ผู้สมัครกรรมการสมาคมอัญมณีวางเป้าทวงตำแหน่งผู้นำอัญมณีโลก เร่งพัฒนาอุตฯ สู้ทีพีพี
นายวีระศักดิ์ เลอวิศิษฐ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมาประเทศคู่แข่งในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เช่น จีน อินเดีย พัฒนาขึ้นมาก ทำให้สัดส่วนการส่งออกสินค้าไทยในตลาดโลกลดลง นอกจากนี้หลังจาก 12 ชาติสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) บรรลุข้อตกลง
อาจทำให้เวียดนามกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญมากขึ้นด้วย
“สหรัฐเป็นตลาดหลักของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือจีเอสพี ของไทยก็ถูกตัดไปแล้ว แต่เวียดนามอาจส่งออกไปสหรัฐสะดวกขึ้น” นายวีระศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งได้รวมตัวกันในนามกลุ่ม Gems & Jewelry Unity เพื่อลงสมัครชิงตำแหน่งคณะกรรมการสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย วาระปี 2558-2560 ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ โดยหวังว่าจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้สามารถทวงคืนอันดับโลกได้ใน 3-5 ปี
สำหรับแผนขับเคลื่อน คือต้องทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณี โดยเจรจากับภาครัฐแก้ไขปัญหาระบบภาษี ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำเข้า-ส่งออกอัญมณี และไม่เคยเปลี่ยนแปลงระบบมานาน ประสานกับหน่วยงานด้านพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมให้สูงขึ้น รวมถึงขอการสนับสนุนจากภาครัฐให้ส่งเสริมการบุกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นายบุญกิต จิตงามปลั่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบนสัน จิวเวลรี่ กล่าวว่า ไทยเคยเป็นผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับอันดับต้นๆ ของโลก ครองสัดส่วนในตลาดโลก 2.7-2.9% แต่ในปีล่าสุดสัดส่วนของไทยเหลือเพียง 1.7% ทั้งที่มูลค่าตลาดสูงขึ้น
“มีอุตสาหกรรมหนึ่งที่เคยเป็นอุตสาหกรรมส่งออกอันดับ 2 ของไทย แต่ตอนนี้หลุดจากท็อปเทนไปแล้ว เพราะคนในอุตสาหกรรมเอาแต่ทะเลาะกันเอง ไม่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปข้างหน้า วันนี้อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเริ่มมีผู้ประกอบการในห่วงโซ่คุณค่าล้มหายตายจากไปบ้างแล้ว ดังนั้นเราต้องขับเคลื่อนสมาคมมาเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้ถดถอยแบบเดียวกับอุตสาหกรรมอื่น” นายบุญกิต กล่าว
นางประพีร์ สรไกรกิติกูล ประธานคณะกรรมการธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ หอการค้าไทย กล่าวว่า ภาครัฐมักคิดว่าอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมร่ำรวย มีเงินอยู่แล้ว ไม่ต้องช่วยเหลือก็ได้ แต่ขณะนี้บางประเภทสินค้าที่ไทยเคยเป็นอันดับ 1 เช่น เครื่องเงิน ก็แพ้อินเดียแล้ว
สำหรับบางประเทศ เช่น ฮ่องกง เบลเยียม ยังเติบโตได้ เพราะมีการวางระบบที่ดีร่วมกับภาครัฐ จึงต้องการให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ไทยต้องพยายามเดินหน้าเจาะตลาดกลางและตลาดบนเป็นหลัก ไม่สามารถเจาะตลาดล่างได้ เนื่องจากจะต้องเผชิญกับคู่แข่งที่มีต้นทุนค่าแรงต่ำกว่า เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย และต้องเปิดให้สามารถนำเข้าวัตถุดิบด้านอัญมณีได้เสรีเหมือนฮ่องกง







