posttoday
นาโนอิมัลชั่นสมุนไพรไล่ยุงออกฤทธิ์นาน 4.5 ชั่วโมง

นาโนอิมัลชั่นสมุนไพรไล่ยุงออกฤทธิ์นาน 4.5 ชั่วโมง

18 ตุลาคม 2558

เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวของประเทศไทยแล้ว แต่หลายเดือนที่ผ่านมาปริมาณฝนตกมากจนเกิดน้ำท่วมขังหลายพื้นที่

โดย...อาทิตย์ ลมูปลั่ง ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช.

เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวของประเทศไทยแล้ว แต่หลายเดือนที่ผ่านมาปริมาณฝนตกมากจนเกิดน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ แน่นอนว่าโรคที่มาพร้อมกับฤดูฝนและถือเป็นภัยเงียบใกล้ตัว ก็คือ “โรคไข้เลือดออก”

ล่าสุด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี พ.ศ. 2558 (ข้อมูลจากระบบรายงานการเฝ้าระวังโรค 506 สำนักระบาดวิทยา ณ วันที่ 13 ต.ค. 2558) มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสมรวม 91,418 ราย อัตราป่วย 140.37 ต่อประชากรแสนคน มีการรายงานจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 189.78 (2.90 เท่า) เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2557 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน และผู้ป่วยเสียชีวิต 91 ราย อัตราป่วยตายเท่ากับร้อยละ 0.10

อัตราป่วยสะสมของโรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–13 ต.ค. 2558 หากแยกการกระจายการเกิดโรคไข้เลือดออกรายภาค พบว่า ภาคกลางมีอัตราป่วยสูงที่สุดเท่ากับ 188.07 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 41,173 ราย รองลงมา ได้แก่ ภาคเหนือ อัตราป่วย 139.67 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 17,010 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อัตราป่วย 117.28 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 25,621 ราย และภาคใต้ อัตราป่วย 82.68 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 7,614 ราย ตามลำดับ

ข้อมูลยังระบุอีกว่า การกระจายการเกิดโรคไข้เลือดออกตามกลุ่มอายุ ส่วนใหญ่พบในกลุ่มอายุ 10-14 ปี มีอัตราป่วยสูงสุด คือ 437.49 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาได้แก่ กลุ่มอายุ 5-9 ปี (285.83) อายุ 15-24 ปี (268.60) อายุ 25-34 ปี (138.12) และอายุ 0-4 ปี (111.78) ตามลำดับ

สัดส่วนอาชีพที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ นักเรียน ร้อยละ 45.13 รองลงมาได้แก่ รับจ้าง (ร้อยละ 20.99) และไม่ทราบอาชีพ (ร้อยละ 17.55) ตามลำดับ ผู้ป่วยเพศชาย 45,942 ราย เพศหญิง 45,476 ราย คิดเป็นอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิงเท่ากับ 1.01 ต่อ 1

แม้กระทรวงสาธารณสุขจะรณรงค์กิจกรรม 5 ป. ปราบยุงลายให้สิ้นซากแล้วก็ตาม แต่อีกวิธีที่ประชาชนนิยมใช้ คือ ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุง ทว่าผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงในท้องตลาดส่วนมากมีองค์ประกอบของสารเคมีและสารสังเคราะห์ แม้จะมีฤทธิ์ไล่ยุงได้ดีแต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภค ดังนั้น สารธรรมชาติจึงเป็นอีกทางเลือกที่เข้ามามีบทบาทกับผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงมากขึ้น

ดร.สุวิมล สุรัสโม นักวิจัยห้องปฏิบัติการระบบนำส่ง ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้พัฒนา
สเปรย์นาโนอิมัลชั่นสมุนไพรไล่ยุง จากการพัฒนาการป้องกันการระเหยของน้ำมันหอมระเหยหรือที่เรียกว่าเทคโนโลยีการกักเก็บ (Encapsulation Technology) โดยใช้วิธีพัฒนาองค์ประกอบนาโนอิมัลชั่นแบบโปร่งใสด้วยเทคโนโลยีการเก็บกักน้ำมันหอมระเหยที่มีประสิทธิภาพในการไล่ยุง

นาโนอิมัลชั่นสมุนไพรไล่ยุงออกฤทธิ์นาน 4.5 ชั่วโมง

 

ที่สำคัญสูตรดังกล่าวทำจากสารสกัดธรรมชาติ มีขนาดของอนุภาคในระดับนาโนเมตร โดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องลดขนาดอนุภาคด้วยแรงดันสูง จึงทำให้ได้สูตรตำรับนาโนอิมัลชั่นที่มีฤทธิ์ไล่ยุงและมีความคงตัวของน้ำมันหอมระเหยที่ดี

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรมีฤทธิ์ไล่ยุงที่อยู่ในรูปแบบนาโนอิมัลชั่นแบบใส คือ มีอนุภาคอิมัลชั่นในระดับนาโนเมตรที่สามารถกักเก็บน้ำมันสารออกฤทธิ์และกลิ่นได้นานอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยปกป้องคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหย ไม่ให้เสื่อมสลายตามสภาพแวดล้อมได้ง่าย ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไล่ยุงที่มีความคงตัวที่ดี มีประสิทธิภาพไล่ยุงได้นานอย่างน้อย 3.5-4.5 ชั่วโมง ตามมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ ด้วยองค์ประกอบหลักคือสารสกัดจากธรรมชาติ จึงช่วยปกป้องผิวหนังได้อย่างอ่อนโยน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิวหนัง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนัง อีกทั้งสามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้ เช่น สเปรย์ไล่ยุงเนื้อเบา โลชั่นไล่ยุง แผ่นแปะไล่ยุง จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงมีความน่าสนใจสำหรับนำไปต่อยอดทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากธรรมชาติ โดยเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีของ สวทช. ให้แก่ภาคเอกชนเพื่อนำไปใช้ผลิตเพื่อจำหน่าย หรือประกอบธุรกิจแบบไม่สงวนสิทธิ (Non Exclusive)

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน