posttoday
สติเป็นสิ่งสำคัญ ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนถนน

สติเป็นสิ่งสำคัญ ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนถนน

17 ตุลาคม 2558

มีให้เห็นได้เสมออยู่เป็นประจำกับอุบัติเหตุบนท้องถนน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียตามมา บ้างบาดเจ็บ บ้างสาหัส

โดย..ไซเรน

มีให้เห็นได้เสมออยู่เป็นประจำกับอุบัติเหตุบนท้องถนน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียตามมา บ้างบาดเจ็บ บ้างสาหัส และบ้างก็ต้องจบชีวิตลงบนท้องถนน

มูลเหตุหลักมักจะเกิดจากความประมาทของผู้ใช้รถใช้ถนน นำพาให้อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันตามมา และทุกครั้งอาการตกใจของผู้ประสบเหตุก็มีอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เหตุการณ์เลวร้ายหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นหากจะมีวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องในยามที่ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน สำหรับคนที่ยังมีสติควรจะต้องปฏิบัติอย่างไร

กองบังคับการตำรวจจราจร เสนอ 6 ข้อควรปฏิบัติในยามคับขัน หากอยู่หรือพบเห็นในสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้น

- ถ้าเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์

ควรช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บตามสมควร และเราจะต้องแสดงตัวโดยยินดีที่จะเป็นพยานในคดีให้ สมมติว่าเราเห็นรถคันหนึ่งชนคนแล้วหนี สิ่งที่เราควรทำก็คือพยายามจดจำทะเบียนรถ ยี่ห้อ สีรถ แล้วรีบแจ้งให้ตำรวจทราบ

- ถ้าเป็นคนเจ็บเพราะรถชน

สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ ต้องร้องให้คนอื่นช่วยถ้ายังมีสติอยู่ เพราะว่าคนที่มามุงดูอาจจะไม่ทราบว่าบาดเจ็บร้ายแรงเพียงใด หากยังสามารถพูดได้ก็ขอให้บอกว่าเจ็บที่ตรงส่วนใด เพื่อจะได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ส่วนเรื่องคดีนั้นเอาไว้พิจารณาทีหลัง หากเราบาดเจ็บเล็กน้อยและไม่มีพยานในที่เกิดเหตุ เราควรจดทะเบียนรถไว้เผื่อไปเรียกร้องค่าเสียหายทีหลัง

- ถ้าเป็นผู้ขับ

กรณีนี้อย่าหนีเป็นอันขาด เพราะความผิดฐานขับรถประมาทนั้นไม่ใช่เรื่องเจตนา ผู้กระทำผิดไม่ใช่อาชญากร โทษก็ไม่มากมายอะไร ควรจะอยู่เพื่อต่อสู้กับความจริง มิฉะนั้นจะต้องหลบหนีนานถึง 15 ปี ในกรณีขับรถชนคนเสียชีวิต แต่ถ้ามอบตัวสู้คดีบางทีก็ไม่มีความผิด หรือมีความผิดศาลก็ปรานีลดโทษให้

หน้าที่ของคนขับรถเมื่อเกิดรถชนกันนั้น กฎหมายกำหนดดังนี้

3.1 ต้องหยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร

3.2 ต้องไปแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที คือต้องรีบแจ้งตำรวจใกล้เคียงทันที แต่ต้องบอกด้วยว่าเราเป็นคนขับรถอะไร

3.3 แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ หมายเลขทะเบียนรถแก่ผู้เสียหาย

3.4 ถ้าเป็นผู้ขับขี่ที่หลบหนีหรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด และตำรวจมีอำนาจยึดรถไว้จนกว่าจะได้ตัวผู้ขับขี่ หรือจนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด

3.5 ถ้าคนขับคนใดไม่ปฏิบัติตามกฎข้อ 1 2 และ 3 แล้วจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ถ้าคนที่ถูกชนบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ต้องจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท

- ถ้ารถมีประกันก็ต้องรีบแจ้ง ต่อบริษัทประกันทันที

เพราะบริษัทประกันจะมีเจ้าหน้าที่มาตามที่เกิดเหตุ พร้อมกับทำแผนที่เกิดเหตุไว้พร้อมเพื่อเอาไว้สู้คดี

- ถ้ามีกล้องถ่ายรูปต้องรีบถ่ายรูป รถไว้ทันที

นอกจากนี้ ยังต้องถ่ายรายละเอียดต่างๆ ไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เกิดเหตุ ความเสียหายตามจุดต่างๆ ของรถ รวมถึงรถของคู่กรณี หรือหากว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุก็ให้ขอรูปจากมูลนิธิที่ทำการเก็บภาพไว้ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในภายหลัง

- ควรช่วยเหลือคนเจ็บ หรือค่าทำศพของผู้เสียชีวิต

เรื่องนี้สำคัญมากๆ คนขับรถมักไม่ค่อยเห็นประโยชน์ของการช่วยเหลือเหล่านี้ ความจริงเมื่อคุณขับรถชนคนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ หรือขับรถโดยประมาทนั้นมีโทษทางอาญา

 - ทางอาญา คุณอาจจะต้องรับโทษจำคุก

- ทางแพ่ง คุณจะต้องชดเชยค่าเสียหาย ค่าบาดเจ็บ ค่าทำศพให้กับคู่กรณี หากคุณช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่ชนแล้วหนี ต่อมาเมื่อเรื่องถึงศาล ศาลก็จะเห็นถึงความมีน้ำใจของคุณ ก็อาจจะรอลงอาญาให้เราโดยไม่จำคุกเรา แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณหนีศาลมักจะให้จำคุกเลย เพราะเห็นว่าคุณเป็นคนแล้งน้ำใจ การตกลงใช้ค่าเสียหายให้คนเจ็บก็มีประโยชน์มาก

สติในการขับรถทุกครั้งจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา จงเพิ่มความระมัดระวัง เพราะท้องถนนเมืองไทยคร่าชีวิตคนมาแล้วไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69