ทนายความอิสระยื่นDSIสอบเพิ่ม2กลุ่มคดีปล่อยกู้กฤษดามหานคร
ทนายความอิสระยื่นหนังสือร้องทุกข์ดีเอสไอสอบเพิ่ม 2 กลุ่มในคดีกรุงไทยปล่อยกู้ กฤษดามหานคร
ทนายความอิสระยื่นหนังสือร้องทุกข์ดีเอสไอสอบเพิ่ม 2 กลุ่มในคดีกรุงไทยปล่อยกู้ กฤษดามหานคร
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. นายวันชัย บุนนาค ทนายความอิสระ ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมต่อดีเอสไอกรณีสอบสวนคดีฟอกเงิน สืบเนื่องจากคำพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้โดยทุจริตให้บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด(มหาชน) ต่อ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
นายวันชัย กล่าวว่า เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบเพิ่มเติมมาจากเนื้อหาในคำพิพากษาของศาลที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่ายังมีกลุ่มบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องอีก 2 กลุ่มคือ ธนาคารกรุงเทพและผู้บริหาร โดยข้อพิรุธที่พบธนาคารกรุงเทพในฐานะเจ้าหนี้ได้ทำการลดยอดหนี้จาก 8,000 ล้านบาท เหลือเพียง 4,445 ล้านบาท มียอดหนี้ที่ลดกว่า 3,000 ล้านบาท ถือว่าผิดวิสัยของการบริหารการเงิน โดยอ้างว่าการลดหนี้เหมาะสมแล้วเพราะหลักประกันไม่คุ้มหนี้ แต่ก็ไม่ปรากฎว่ามีการประเมินหลักทรัพย์หลักประกันโดยหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ในการประเมินตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) การลดยอดหนี้ดังกล่าวจึงผิดระเบียบและประกาศธปท.ดังนั้นจึงน่าจะถูกตรวจสอบด้วย
นายวันชัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องการให้ดีเอสไอตรวจสอบคือ กรรมการสินเชื่อธนาคารกรุงไทยฯ 2 คน ที่มีชื่อร่วมประชุมและลงนามอนุมัติสินเชื่อให้กับบริษัท กฤษดาฯ แต่ปรากฏว่าไม่ถูกฟ้องเอาผิดในคดีอาญาคือ นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สาวนายน โดยในคำพิพากษาระบุว่าช่วงที่มีการอนุมัติปล่อยสินเชื่อ มีคณะกรรมการบริหารที่มีอำนาจพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ 5 คน เนื่องจากเป็นวงเงินสูงกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งในการอนุมัติไม่ปรากฎว่าบุคคลทั้งสองได้แสดงเหตุผลหรือไม่เห็นด้วยกับการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้น จึงเห็นว่าในเมื่อไม่มีกฎหมายใดยกเว้นการกระทำผิดให้แก่บุคคลที่มีส่วนพิจารณาและลงชื่ออนุมัติสินเชื่อ บุคคลทั้งสองก็ควรต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นเดียวกับกรรมการอีก 3 คน ที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษไปแล้ว
ทั้งนี้ ต้องการให้ดีเอสไอขยายผลตรวจสอบสวนคดีฟอกเงินเพื่อเอาผิดกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนอกเหนือจากที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)สรุปไปก่อนหน้านี้
ด้านพ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องเรียนแล้วดีเอสไอจะพิจารณาตามขั้นตอนว่าข้อเท็จจริงมีมูลหรือไม่ ก่อนส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวนคดีที่รับผิดชอบสอบสวนคดีต่อ







