
เพื่อไทยบี้สนช.จัดการเรื่องคุณสมบัติ "ภักดี โพธิศิริ"
"สุรพงษ์" ควง "เรืองไกร" ยื่นหนังสือต่อประธานสนช.จัดการเรื่องคุณสมบัติ "ภักดี โพธิศิริ"
"สุรพงษ์" ควง "เรืองไกร" ยื่นหนังสือต่อประธานสนช.จัดการเรื่องคุณสมบัติ "ภักดี โพธิศิริ"
วันที่ 13 ต.ค. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนา แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้สรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คนใหม่ หลังจากสำนักงานตรวจแผ่นดิน (สตง.) ส่งหนังสือให้สนช.ดำเนินการต่อสถานภาพของนายภักดี โพธิศิริ ที่ไม่ได้เป็นกรรมการป.ป.ช.มาตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.2549
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สตง.ได้ทำหนังสือถึงประธานสนช.โดยแจ้งผลการตรวจสอบว่า นายภักดี ไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการองค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีวัตถุ จำกัด ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการป.ป.ช. ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 19 และได้ส่งเรื่องให้สนช.พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งการที่ สตง.ได้ชี้มูลว่า นายภักดีไม่เคยได้รับเลือกเป็นกรรมการป.ป.ช.ตั้งแต่ต้น
ทั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้ลาจากการเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าว ภายใน 15 วัน ตามมาตรา 11 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 ดังนั้น นายภักดี จึงไม่มีสถานะเป็นกรรมการป.ป.ช.ตั้งแต่ต้น และไม่ชอบด้วยกฏหมาย ซึ่งสนช.ในฐานะที่ทำหน้าวุฒิสภาที่ให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งเป็นประธานป.ป.ช.จึงต้องดำเนินการให้มีการสรรหา ป.ป.ช.คนใหม่ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ตามมาตรา 7 ต่อไปด้วย
ด้าน นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนตัวจะรับเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการตามมาตรา 16 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.ที่ให้สมาชิกสนช.เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ยื่นเรื่องให้ประธานสนช.เพื่อบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุม เพื่อให้ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป ซึ่งตนมีหน้าที่เพียงแจ้งให้สมาชิกทราบเท่านั้น หากสมาชิกเห็นด้วยก็สามารถมาเข้าชื่อ จากนั้นก็จะดำเนินการ เพราะมิเช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะอาจถูกกล่าวหาว่าจูงใจว่าไม่เป็นกลางได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ ได้กล่าวโต้แย้งคำชี้แจงของนายพรเพชรว่า ตามมาตรา 16 ใช้ในกรณีที่นายภักดีเป็นกรรมการป.ป.ช. แต่สตง.ได้ตรวจสอบและชี้มูลว่า ไม่เป็นกรรมการป.ป.ช.มาตั้งแต่ต้น ดังนั้น จะต้องดำเนินการตามมาตรา 7 ของกฏหมายป.ป.ช. ซึ่งนายพรเพชร กล่าวว่า คุณสมบัติของนายภักดี ทางสนช.ได้มีการตั้งคำถามไปยังคณะกรรมการป.ป.ช.ในสำนวนคดีถอดถอน ซึ่งป.ป.ช.ยืนยันว่า นายภักดีมีคุณสมบัติครบ ทางสนช.จึงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ อีกทั้ง สมาชิกสนช.ก็ไม่เข้าชื่อร้องขอตามมาตรา 16 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ส่วนตัวจะขอรับไปดูข้อกฏหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง







