
วัดกัลยาณ์... ของเก่าทำใหม่ก็ไม่เหมือนเดิม
โดย...ขุนอิน
โดย...ขุนอิน
ระหว่างปี 2546-2558 มีการทุบทำลายโบราณสถานภายในวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร 22 รายการ บูรณะโดยไม่ได้ขออนุญาต 5 รายการ และก่อสร้างอาคารในเขตโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 18 รายการ ทั้งหมดนี้นำไปสู่คำสั่งของศาลปกครองกลางที่ให้กรมศิลปากรดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ขออนุญาต ตามมาตรา 7 ทวิแห่ง พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห&O3242;งชาติ
“กรณีวัดกัลยาณ์เราได้แจ้งหนังสือเตือนไปตั้งแต่ปี 2552 แล้วว่าให้ระงับการก่อสร้างใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกรมศิลปากรไม่อนุญาต ผ่านมา 6 ปียังพบว่ามีการรื้อถอนอยู่เรื่อยๆ ผมก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย นั่นคือทุบทิ้ง จะมาบอกว่าไม่รู้ หรือกะทันหันไม่ได้”
ถ้อยคำหนักแน่นของ บวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น ยืนยันว่า โบราณสถานที่อยู่กับวัดเป็นสิ่งที่บรรพชนสร้างสืบเนื่องกันมานับร้อยปี เจ้าอาวาสไม่ได้เป็นเจ้าของ เป็นเพียงผู้ดูแล แม้พิจารณาแล้วว่าเก่าแก่ทรุดโทรมต้องซ่อมแซม แต่การซ่อมแซมก็ต้องซ่อมแซมในรูปแบบเดิม เช่น รูปแบบเดิมเป็นอย่างไร วัสดุที่ใช้ เทคนิควิธีช่าง สถานที่ตั้งอยู่ตรงไหนก็ต้องเป็นไปตามนั้น ที่สำคัญห้ามเด็ดขาดคือ รื้อทิ้ง และปรับปรุงแก้ไขจนผิดเพี้ยนไปจากของเดิม
ทั้งหมดทั้งปวงต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากรก่อน ตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ระบุไว้ว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถาน หรือส่วนต่างๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นสิ่งใดๆ หรือปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถาน เว้นแต่จะกระทำตามคำสั่งของอธิบดี หรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี”
ที่ผ่านมา กรมศิลปากรได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจตรวจตราโบราณสถานทั่วประเทศเป็นประจำทุกเดือน พบว่ายังคงมีวัดและชาวบ้านบุกรุกและรื้อทำลายโบราณสถานเป็นจำนวนมาก ทั้งวัดได้บูรณปฏิสังขรณ์โดยไม่ขออนุญาต ทั้งชาวบ้านรุกล้ำพื้นที่โบราณสถาน เช่น ปลูกบ้าน สร้างรีสอร์ท จนเป็นคดีความฟ้องร้องกันมากมายหลายคดี
อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ยังบอกอีกว่า หากที่ไหนมีการบุกรุกทำลายโบราณสถาน แล้วกรมศิลปากรรับรู้ ขั้นตอนแรกคือต้องแจ้งให้หยุดการกระทำดังกล่าว ถ้าไม่ยอมหยุด ก็จะสั่งให้รื้อถอน เพราะมีกฎหมายให้รื้อถอนภายใน 30 วัน แต่ถ้ายังไม่ทำตาม ก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดด้วยการทุบทำลายทิ้งเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
สุดท้าย ถามว่าโบราณสถานภายหลังจากที่ถูกรื้อทำลายไป สามารถสร้างใหม่ได้หรือไม่ อธิบดีกรมศิลปากรรายนี้ถอนหายใจยาว ก่อนบอกว่า กรมศิลปากรมีการถ่ายรูปทำบันทึก แผนผังและแบบแปลนไว้ และมีองค์ความรู้ที่จะสร้างให้เหมือนของเดิมได้ แต่ถึงจะสร้างใหม่ให้ดีแค่ไหนก็ไม่มีทางเหมือนเดิม
เพราะเราไม่สามารถเรียกร้องคุณค่าที่เสียหายไปแล้วให้กลับคืนมาได้







