posttoday
จีดีพีไทยซึมยาว เศรษฐกิจอ่วมหนัก

จีดีพีไทยซึมยาว เศรษฐกิจอ่วมหนัก

08 ตุลาคม 2558

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การออกมาคาดการณ์ของธนาคารโลกว่าเศรษฐกิจไทยยังซึมยาว ฟื้นตัวได้ยาก โดยเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 2.5% ส่วนปีหน้าจะขยายตัวได้แย่ลงอีกที่ 2% ก่อนที่ปี 2560 จะกระเตื้องขึ้นมาอยู่ที่ 2.4% แต่ก็ยังเป็นอัตราขยายตัวที่ต่ำกว่าปีนี้ ทำให้ธนาคารโลกฟันธงว่า เศรษฐกิจไทยยังสาละวันเตี้ยลงอีกหลายปี

ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกระบุชัดว่า มาตรการกระตุ้นต่างๆ ที่ออกมาจะช่วยเศรษฐกิจไทยไม่ได้มาก เพราะไทยมีปัญหาเรื่องโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ยังต้องใช้เวลาดำเนินการและแก้ไขอีกนาน

นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังระบุว่าไทยจะหลุดพ้นจากเศรษฐกิจถดถอยได้ ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม พัฒนาการศึกษาเพื่อให้แรงงานมีความรู้เพิ่มขึ้นและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ยั่งยืน

ข้อเสนอของธนาคารโลกดังกล่าว ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย แม้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแต่การดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้า การลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่งเริ่มตั้งไข่ ส่วนเรื่องการศึกษาของไทยที่ยังล้าหลังไม่มีแผนการปฏิรูปอย่างเป็นระบบยกเครื่องกันยังจริงจังมากกว่าการลดเพิ่มเวลาเรียน ทำให้เศรษฐกิจไทยหนีไม่พ้นภาวะลุ่มๆ ดอนๆ กันอีกยาวตามที่ธนาคารโลกคาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพิงเศรษฐกิจโลกจำนวนมาก ทำให้เศรษฐกิจไทยยิ่งอาการหนัก เพราะล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ลดการคาดการณ์เศรษฐกิจโลก 3.3% เหลือ 3.1% ถือเป็นอัตราต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี ส่งผลกระทบให้การส่งออกของไทยอาการสาหัส คาดว่าปีนี้จะติดลบ 4-5%

ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพยายามออกมาโต้การประเมินของธนาคารโลกว่า ทำการประเมินไม่ครบถ้วน ยังรู้ไม่หมดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมามีอะไรบ้าง แต่ไม่ว่าอย่างไร ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ยกเครื่องใหม่มานานกว่าเดือนก็ไม่เคยออกมาประเมินเลยว่า เศรษฐกิจปีนี้จะโตได้เท่าไร โดยพยายามเลี่ยงว่าการเติบโตของจีดีพีไม่สำคัญ เป้าหมายสำคัญคือ การทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้น

ขณะที่กระทรวงการคลังก็นั่งไม่ติด เร่งหารือออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อดันเศรษฐกิจปีนี้ในช่วงโค้งสุดท้ายให้ขยายตัวได้ 3% ตามที่คาดไว้ ถือว่าเป็นการดำเนินการที่เสี่ยงว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะเป็นการฝืนความจริงบิดเบี้ยวตัวเลข ซึ่งจะเป็นการลดทอนความน่าเชื่อในสายตาของต่างชาติและคนในประเทศเพิ่มขึ้นไปอีก

หากดูก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ออกมาประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้แล้วว่าจะขยายตัวได้ 2.7% เนื่องจากการส่งออกชองไทยจะติดลบ 5% และมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลที่ออกมาช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่ม 0.1% สอดคล้องกับที่นักวิชาการของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ก็ประเมินว่า เงินจากมาตรการกระตุ้นมีเพียงเงินกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท เท่านั้นที่ช่วยเศรษฐกิจได้บ้าง เพราะเป็นเงินใหม่ ส่วนการเร่งโครงการลงทุนขนาดเล็กเป็นเม็ดเงินเก่าที่ถูกใส่ไว้ในการประเมินเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ไปแล้ว

ตัวเลขเศรษฐกิจทั้งจากหน่วยงานเศรษฐกิจต่างประเทศและในประเทศ ฟ้องชัดว่า เศรษฐกิจไทยยังหาจุดต่ำสุดและจุดฟื้นตัวไม่ได้ ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ยาก ส่วนการที่ทีมเศรษฐกิจพยายามเลี่ยงพูดถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจ ก็ยิ่งเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ว่ากันตามข้อเท็จจริง ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจอธิบายภาวะเศรษฐกิจได้ดีที่สุด การที่เศรษฐกิจขยายตัวดีย่อมสะท้อนถึงรายได้ของประชาชนและนักลงทุนที่ดีขึ้น แต่หากเป็นตรงข้ามก็ทำให้ประชาชนอยู่ลำบาก นักลงทุนก็ถอยการลงทุนอย่างที่เป็นอยู่นั่นเอง

ดังนั้น การเดินโรดแมปฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะกระตุ้นให้การลงทุนกลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนก็กำลังเจอปัญหาลูกใหญ่ เพราะทุกวันนี้การลงทุนภาคเอกชนไม่ขยับ เพราะไม่มั่นใจการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ มีการประเมินกันว่าการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้จะติดลบ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตก และการที่ธนาคารโลกออกมาประเมินว่าเศรษฐกิจยังซึมยาว เอกชนที่ยังไม่กล้าลงทุนในไทยคงถอยห่างจากประเทศไทยมากขึ้น เพราะนอกจากเศรษฐกิจไทยยังซึมอีก 2-3 ปีแล้ว ยังประจวบเหมาะกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กว่าจะมีการเลือกตั้ง ก็ในปี 2560 ทำให้นักลงทุนกังวลและประเมินว่าการเมืองของประเทศไทยอาจเข้าสู่ปัญหาความขัดแย้งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจรอบใหม่

นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจขยายตัวได้น้อยทำให้รายได้ของนักลงทุนและประชาชนเหือดแห้ง โดยเฉพาะรายได้ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยในภาคเกษตร เพราะหากเศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้ 2.5% แต่รายได้เกษตรกรยังติดลบ 4-5% จากราคาพืชผลตกต่ำ เงินในกระเป๋าของเกษตรกรจริงปีนี้ก็จะติดลบ ชีวิตความเป็นอยู่จึงลำบากสาหัส แม้รัฐบาลพยายามอัดฉีดเงินเข้าไปช่วย แต่ก็มีข้อจำกัดด้านการคลังที่ทำได้ไม่มาก

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยที่โตได้น้อยกว่าที่คาดไว้จะส่งผลกระทบด้านการเก็บรายได้ของประเทศมากขึ้น โดยการทำงบประมาณปี 2559 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3-4% แต่ธนาคารโลกประเมินว่าจะโตได้เพียง 2% ถ้าเป็นจริง ก็จะทำให้การเก็บรายได้ของประเทศมีปัญหาต่ำกว่าเป้าอีกหนึ่งปี แม้ไม่กระทบรายจ่าย แต่หนี้ของประเทศก็จะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีปัญหาเสถียรภาพการคลัง และปัญหาของเครดิตประเทศตามมา

ดังนั้น เศรษฐกิจไทยที่จะขยายตัวได้ต่ำต่อเนื่อง จึงเป็นความจริงที่หลีกหนีไม่ได้ ซึ่ง ณ วันนี้ ทีมเศรษฐกิจไม่กล้าออกมาบอกว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้มากแค่ไหน เพราะไม่อยากบอกความจริงว่า เศรษฐกิจไทยโตได้ต่ำ การฟื้นเศรษฐกิจจึงทำได้ยาก แต่การให้คนอื่นมาบอกว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ต่ำ น่าจะเป็นผลเสียกับเศรษฐกิจไทยมากกว่า เพราะประชาชนและนักลงทุนจะยิ่งขาดความเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาล

การสร้างความเชื่อมั่นด้วยการมองโลกสวย พยายามไม่สนใจการขยายตัวของจีดีพีประเทศ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่อาจจะไม่ถูกจังหวะกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่นักลงทุนและประชาชนต้องการเห็นและจับต้องได้ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังจะฟื้นกำลังดีขึ้น ซึ่งหนีไม่พ้นตัวเลขจีดีพีหรือการขยายตัวของประเทศต้องดีขึ้นเป็นอันดับแรก หากยังซึมยาวอย่างที่ธนาคารโลกประเมิน เห็นทีเศรษฐกิจยังอาการหนักหาทางฟื้นไม่เจอต่อไป

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69