
กรธ.ประชุมนัดแรกวางกรอบเสร็จ1ม.ค.
กรธ.ประชุมนัดแรกวางกรอบเสร็จ1 ม.ค. เน้นรับฟังทุกภาคส่วน สำรวจความเห็นประชาชนทุกระยะ
กรธ.ประชุมนัดแรกวางกรอบเสร็จ1 ม.ค. เน้นรับฟังทุกภาคส่วน สำรวจความเห็นประชาชนทุกระยะ
นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถงผลการประชุม กรธ. ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน โดยมีมติเลือก นายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานคนที่1 นายอภิชาต สุขคานนท์ เป็นรองประธานคนที่2 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการคนที่1 นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง เลขานุการคนที่2 นายอมร และนายนรชิต สิงหเสนี เป็นโฆษก
นอกจากนี้ ยังได้มีการวางกรอบการทำงาน โดยจะมีการประชุมทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 13.30 น. ซึ่งคำนวณแล้ว กรธ.มีเวลาทำงานจริงๆประมาณ 120 วัน ซึ่งค่อนข้างจำกัด แต่เมื่อใกล้ถึงเวลาที่งวดขึ้นอาจจะเพิ่มวันประชุมวันเสาร์ และวันอาทิตย์ด้วยเพื่อให้เสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งคาดว่าร่างแรกจะเสร็จเกือบสมบูรณ์ในวันที่ 1 ม.ค. 2559 และการทำงานกรธ.จะสิ้นสุดในเดือน เม.ย.
นายอมร กล่าวว่า ระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.จะรับฟังความเห็นของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และประชาชน เพื่อเผยแพร่ไปยังสาธารณะและพรรคการเมืองต่างๆเพื่อเปิดโอกาสให้แสดงความเห็นในการแก้ไขเพิ่มเติมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วน โดยเห็นว่ารัฐธรรมนูญควรเขียนในหลักการที่สำคัญ และสามารถแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองได้
นอกจากนี้ที่ประชุมกรธ.ยังมีความเห็นตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา2 ชุด คือ อนุกรรมการรับฟังความเห็นของประชาชน และอนุกรรมการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ได้ข้อยุติแล้ว โดยจะเชิญนักวิชาการด้านสถิติเข้ามาร่วมทำการสำรวจรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นระยะ
นายอมร กล่าวว่า ที่การประชุมได้มีกรรมการหารือถึงการเปิดให้สื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ติดตามความคืบหน้า แต่ประธานได้ดำริเบื้องต้นว่าขอให้กรธ.ได้ทำงานไปก่อนประมาณ2-3 สัปดาห์แรก แต่หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังได้หรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่เป็นการปิดกั้น รวมถึงการออกมาให้ความเห็นภายนอกของกรธ. ประธานอนุญาตให้กระทำได้ แต่ไม่ควรเอาเรื่องภายในเช่น การลงมติเสียงข้างมาก ข้างน้อยมาเปิดเผย เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ได้ปิดกั้นสิทธิส่วนบุคคล ส่วนข้อมูลที่ยุติในที่ประชุมแล้วให้เป็นหน้าที่ของโฆษกเท่านั้น
“ที่ประชุมเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญที่สปช.ไมลงมติเห็นชอบยังมีสาระสำคัญที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการนำมาใช้ร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แต่ยังไม่มีการลงลายละเอียดว่าจะหยิบยกประเด็นใดมาพิจารณาบ้าง และยังไม่ตัดสินใจว่าจะนำโครงรัฐธรรมนูญในอดีตฉบับใดบ้างขึ้นมาเป็นหลัก แต่จะยึดตามกรอบที่นายมีชัยได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้”







