posttoday
ขึ้นดอกเงินฝาก

ขึ้นดอกเงินฝาก

16 กรกฎาคม 2553

ธนาคารพาณิชย์แห่ขยับสูงกว่าขาเงินกู้ลดส่วนต่างรายได้จากดอกเบี้ย

ธนาคารพาณิชย์แห่ขยับสูงกว่าขาเงินกู้ลดส่วนต่างรายได้จากดอกเบี้ย

ขึ้นดอกเงินฝาก

โพสต์ทูเดย์ — ธนาคารขึ้นดอกเบี้ย ให้เงินฝากสูงกว่าเงินกู้

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ธนาคารพาณิชย์ 2 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติให้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.25% เป็น 1.5% เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นการขึ้นเงินฝากสูงกว่าเงินกู้ และทำให้ธนาคารลดส่วนต่างรายได้จากดอกเบี้ย (Spread) ลงมา

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125%0.15% ส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) จาก 5.875% เป็น 6% ดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชี (เอ็มโออาร์) จาก 6.125% เป็น 6.25% และดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) จาก 6.45% เป็น 6.6% มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.นี้

พร้อมกันนี้ ธนาคารได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภท 0.250.35% ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2553 ส่งผลให้เงินฝากประจำ 3 เดือน จาก 0.65% เป็น 0.9% ประเภท 6 เดือน และ 12 เดือน จาก 0.65% เป็น 1% ฝากประจำ 24 เดือน จาก 1.5% เป็น 1.75% ต่อปี และเงินฝากประจำ 36 เดือน ปรับจาก 1.75% เป็น 2% ต่อปี มีผล 16 ก.ค.2553 ขณะเดียวกันธนาคารจะออกเงินฝากประจำ 39 เดือน ดอกเบี้ย 3% และตั๋วแลกเงินอายุ 39 เดือน ดอกเบี้ย 3.3% เพื่อเพิ่มทางเลือกแก่ผู้ฝากเงิน
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภท ทั้งลูกค้าบุคคล และนิติบุคคล 0.10.55% โดยไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ มีผลวันที่ 15 ก.ค. 2553 แต่สักระยะจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้แน่ อย่างไรก็ดีการปรับขึ้นเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากก่อนนั้น ไม่เกี่ยวกับข้อถกเถียงเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกำลังพิจารณาจะปรับดอกเบี้ยหรือไม่ เชื่อว่าจะเห็นดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ปรับขึ้นจาก 0.5%

ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนถึงสิ้นปีนี้น่าจะปรับขึ้นไปถึง 2% จากเดิมที่ 1.5% โดยทิศทางอัตราดอกเบี้ยจะค่อยๆ ทยอยปรับขึ้น เพราะจะต้องให้เวลาภาคเอกชนปรับตัว

“ขณะนี้นอกจากธนาคารพาณิชย์จะต้องแข่งขันระหว่างธนาคารแล้ว ยังต้องแข่งขันกันภายใน โดยเฉพาะการรักษาฐานเงินฝากระหว่างประเภท คือ เงินฝากออมทรัพย์กับเงินฝากประจำ เพราะหากมีการปรับเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ก็จะเกิดการไหลของเงินฝากออมทรัพย์ไปเงินฝากประจำ เกิดปัญหาต่อการบริหารสภาพคล่อง ซึ่งที่ผ่านมาช่วงดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ เงินฝากออมทรัพย์กับเงินฝากประจำดอกเบี้ยใกล้เคียงกัน ลูกค้าที่เคยฝากประจำ ก็นำเงินไปฝากออมทรัพย์ เพราะมองว่าได้ดอกเบี้ยไม่ต่างกัน และเงินฝากออมทรัพย์ก็มีความยืดหยุ่นมากกว่า” นายประสารกล่าว

นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะมีการแข่งขันการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมากขึ้น ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็คงมีการปรับขึ้นเช่นกันเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยเชื่อว่าสุดท้ายอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากก็จะเกิดความสมดุลกัน ส่วนภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่สูงขึ้น โดยปีหน้าจะมีการปรับขึ้นสูงกว่านี้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน