
ทีโอทีลั่นฟ้องศาลยื้อสิทธิคลื่น900
ทีโอทีลั่นจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิใช้คลื่น 900 MHz ก่อนวันประมูล 4จี
ทีโอทีลั่นจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิใช้คลื่น 900 MHz ก่อนวันประมูล 4จี
นายมนต์ชัย หนูสง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จัดประชุมชี้แจงสถานการณ์ของทีโอทีต่อพนักงาน เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยกล่าวถึงคลื่น 900 MHz ซึ่งหมดสัมปทานเมื่อวันที่ 30 ก.ย. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมนำมาประมูลในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ ว่า ทีโอทียังคงยืนยันสิทธิในการใช้คลื่น 900 MHz หลังหมดสัมปทาน เพราะตามบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 2553 ระบุว่า ให้ กสทช.กําหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการคืนคลื่นเพื่อนําไปจัดสรรใหม่ หรือปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ตามที่กําหนดไว้ในแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่
อย่างไรก็ตาม ในแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ 2555 ที่ กสทช.ประกาศขึ้นมีแต่เรื่องการคืนคลื่น แต่ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปรับปรุงคลื่นเลย ดังนั้น แผนแม่บทดังกล่าวมีความ
บกพร่องไม่สอดคล้องกับกฎหมายหลัก ซึ่งทีโอทีได้ทำหนังสือไปยัง กสทช. เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ขอให้แก้ไขข้อบกพร่อง แต่ขณะนี้ กสทช.ยังไม่ได้มีคำตอบกลับมา
“กฎหมายหลักเปิดช่องให้ปรับปรุงคลื่นได้ แต่แผนแม่บทความถี่กลับปิดช่อง กำหนดให้เอามาประมูลใหม่อย่างเดียว” นายมนต์ชัย กล่าว
นายมนต์ชัย กล่าวว่า ทีโอทีจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิการใช้คลื่น 900 MHz แน่นอน และคงต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน แต่ขณะนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะต่อสู้ในประเด็นใดเพราะคู่กรณีอาจดักทางได้ แต่ดำเนินการแน่และจะดำเนินการก่อนวันประมูลคลื่น 900 MHz ด้วย
นายมนต์ชัย กล่าวว่า หากทีโอทีได้คลื่น 900 MHz มาใช้งาน จะนำมาผสานกับการให้บริการ 3จี บนคลื่น 2100 MHz และจะมีพื้นที่ให้บริการมากขึ้นเนื่องจากได้สถานีฐานเพิ่มตามสัญญาสัมปทานอีกหมื่นกว่าแห่ง โดยปัจจุบันมีลูกค้าเหลืออยู่บนโครงข่ายประมาณ 2 ล้านราย หากมีการใช้งาน 200 บาท/เลขหมาย/เดือน ก็มีรายได้ประมาณ 4,800 บาท/ปี รวมทั้งรายได้จากการโรมมิ่งลูกค้า 2จี จากโครงข่ายอื่นอีกประมาณ 1,300-1,400 ล้านบาท/เดือน
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการคัดเลือกพันธมิตรให้บริการ 3จี บนคลื่น 2100 MHz ยังต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเข้าข่าย พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 หรือไม่ หลังจากชัดเจนแล้ว บอร์ดทีโอทีจึงจะคัดเลือกพันธมิตรว่าเป็นรายใด







