posttoday
"พงศพัศ" มั่นใจจับคนร้ายชิงทรัพย์ลูกอดีตรมช.ศธ.ได้เร็วๆนี้

"พงศพัศ" มั่นใจจับคนร้ายชิงทรัพย์ลูกอดีตรมช.ศธ.ได้เร็วๆนี้

05 ตุลาคม 2558

"พงศพัศ"เผยส่งชุดสืบสวนเร่างติดตามคนร้ายทุบศีรษะชิงทรัพย์ลูกอดีตรมช.ศธ.แล้ว หลังมีผู้แจ้งเบาะแส พร้อมสั่งเพิ่มวงรอบการตรวจพื้นที่

"พงศพัศ"เผยส่งชุดสืบสวนเร่างติดตามคนร้ายทุบศีรษะชิงทรัพย์ลูกอดีตรมช.ศธ.แล้ว หลังมีผู้แจ้งเบาะแส พร้อมสั่งเพิ่มวงรอบการตรวจพื้นที่

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่ากรณีคนร้ายก่อเหตุใช้หินทุบศีรษะ และชิงทรัพบ์ น.ส.สฤตาพร สันติเมทนีดล บุตรสาว นายสฤต สันติเมทนีดล อดีตรมช.ศึกษาธิการ ปรากฏว่ามีผู้แจ้งเบาะแสเข้ามาหลายรายและเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ โดยคาดว่าจะสามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ในเร็ววันนี้ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินการต่อไปอย่างเร่งด่วน

ส่วนพื้นที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางเชื่อมและค่อนข้างเปลี่ยวนั้น ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ประสานกับ กทม. เพื่อติดตั้งกล้องวงจรปิดและไฟฟ้าส่องสว่างเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งให้ สน.บางรัก จัดสายตรวจเฝ้าระวังเหตุร้ายในช่วงเวลาที่ล่อแหลมเพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายให้เกิดขึ้นซ้ำอีก

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมอบหมายให้ตนเอง ซึ่งรับผิดชอบดูแลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในภาพรวม ให้เน้นการทำงานของตำรวจสายตรวจในทุกพื้นที่ทั่วประเทศในเรื่องของการป้องกันอาชญากรรมเป็นหลัก เพราะหากสามารถป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ ก็จะสามารถลดอาชญากรรมและลดความหวาดกลัวหวาดระแวงต่อภัยของอาชญากรรมให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเพิ่มวงรอบของการตรวจในห้วงเวลาที่เหมาะสมในจุดล่อแหลมและจุดเสี่ยงต่างๆ จะช่วยให้การทำงานของตำรวจสายตรวจในการป้องกันอาชญากรรมและเหตุร้ายต่างๆ มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

ส่วนการเพิ่มกล้องวงจรปิดและไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อการป้องกันอาชญากรรม ถือเป็นนโยบายสำคัญของท่าน ผบ.ตร. และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมอยู่แล้ว  ซึ่งขณะนี้ได้เร่งรัดดำเนินการทั้งในเขตพื้นที่ กทม. แหล่งท่องเที่ยว และในพื้นที่เขตเมืองที่มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นตามแผนการทำงานที่ได้กำหนดไว้แล้ว

พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า ในพื้นที่ทั่วประเทศมีจุดล่อแหลมที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมตามที่สถานีตำรวจทุกแห่งได้สำรวจไว้ จำนวนทั้งสิ้น 3,453 จุด ในจำนวนนี้เป็นจุดล่อแหลมในพื้นที่ กทม. ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ บช.น. รวม 672 จุด

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพี่น้องประชาชนที่จะต้องเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปทำงานในช่วงเช้ามืด หรือต้องเดินทางกลับบ้านในช่วงค่ำหรือดึก หากพบว่าเป็นเส้นทางเปลี่ยว ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ไม่มีกล้องวงจรปิด หรือเป็นจุดล่อแหลมที่ง่ายต่อการเกิดอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเดิน ป้ายรถเมล์ ในบริเวณหมู่บ้าน หรือจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ศูนย์การค้า บริเวณที่จอดรถ อพาร์ทเม้นท์ หอพัก หรือสถานที่อื่นๆ  ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบหรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 191 ได้ตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน