posttoday
ปัญหาพระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ

ปัญหาพระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ

04 ตุลาคม 2558

ปัญหามีทุกที่แม้กระทั่งแผนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ ก็ยังมีปัญหาท้าทายความสามารถของพระนักเผยแผ่

โดย...สมาน สุดโต

ปัญหามีทุกที่แม้กระทั่งแผนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ ก็ยังมีปัญหาท้าทายความสามารถของพระนักเผยแผ่ ที่ผ่านการอบรมพระธรรมทูตจากแดนพุทธภูมิ ให้ใช้วิชาแก้ไขโดยไม่ยอมจำนน

พระสงฆ์ 5 ประเทศ เล่าถึงปัญหาในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ ในการเสวนายุทธศาสตร์เชิงพุทธ ตามโครงการพุทธพลิกสุวรรณภูมิ จัดโดยชมรมโพธิคยา 980 เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2558 ณ โรงแรมโซฟีเทล อังกอร์ โภคีธรา กอล์ฟ & สปา รีสอร์ต จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา ว่า แต่ละประเทศเจอคนละแบบ บางประเทศไม่มีปัญหา

พระตัวแทน 5 ประเทศ ได้แก่ พระเงิน อุปสันโต จากสาธารณรัฐประชาชนเวียดนาม พระศรีธนนชัย สันตมโน จาก สปป.ลาว พระรัฏฐา ญาณสัมปันโน จากกัมพูชา พระคุณเจ้า Eindapala สังฆนายก สหภาพเมียนมา และพระอธิการสมชาติ ฐิติปัญโญ จากไทย

พุทธกัมพูชาเหมือนหญ้าหลังฝน

พระรัฏฐา ญาณสัมปันโน ผู้แทนสงฆ์กัมพูชา ล่าว่า เมื่อ 30 ปีที่แล้ว พระพุทธศาสนาในกัมพูชา เหมือนหญ้าที่ถูกไฟไหม้ เมื่อฝนตกลงมาก็สลัดผลัดใบเติบโตอีกครั้ง ทั้งนีโดยท่านเล่าเรื่องโศกเศร้าชาวพุทธกัมพูชาเมื่อ พลพต ปกครองประเทศเป็นเวลา 3 ปี ได้กวาดล้างชาวพุทธ พระสงฆ์ถูกจับสึกออกไปทำงาน เพราะถือว่าการบวชเป็นพระเอาเปรียบสังคม พลพตและพวกโน้มน้าวให้ประชาชนเชื่อถือองค์กรของเขา หากไม่เชื่อจะเอาไปสอน คนที่เข้าเรียนและถูกสอนไม่เคยมีใครกลับออกมา ในช่วงนั้นไม่มีศาสนพิธี วัดกลายเป็นคุกขังคนที่ไม่เชื่อในองค์กรของพลพต เป็นเหตุให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในพระธรรมวินัยถูกสังหารไปมาก รวมแล้วคนกัมพูชาถูกสังหารไป 2 ล้านกว่าคน

เมื่อสงครามจบแล้ว เดินไปไหนมาไหนจะพบพระสงฆ์ เห็นผ้าเหลือง แต่สงครามเทคโนโลยีและการพัฒนาแบบตะะวันตกเข้ามาแทน ทำให้คนเข้าวัดน้อยลง พระรัฏฐา สารภาพว่า ดีใจที่โครงการของชมรมโพธิคยา 980 ทำให้มีการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้กัน ส่งเสริมให้พระสงฆ์กัมพูชาที่มีความรู้น้อยมีความรู้มากขึ้น

ในเวียดนามขาดความลึกซึ้ง

พระเงิน อุปสันโต ตัวแทนพระสงฆ์เถรวาทจากเวียดนาม กล่าวว่า พระพุทธศาสนาในเวียดนามมีหลายนิกาย ส่วนใหญ่เป็นมหายาน แต่เจริญช้า แม้จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ปัญหาเถรวาทไม่เหมือนประเทศอื่นๆ คือไม่เข้าถึงวัฒนธรรมชาวเวียดนามในการกินการอยู่ เพราะพระสงฆ์เถรวาทฉันอาหารตามปกติที่ประชาชนทั่วไปกิน ซึ่งตามวัฒนธรรมเวียดนามนั้น ผู้ที่เป็นนักบวชต้องฉันอาหารมังสวิรัติ

ส่วนการสวดมนต์ก็ต่างจากวัฒนธรรมที่ชาวเวียดนามคุ้นเคย ที่สวดกันด้วยสำเนียงเสียงเวียดนาม แต่พระสงฆ์เถรวาทสวดภาษาบาลี ทำให้ชาวบ้านไม่เข้าใจ ซึ่งไม่ต้องพูดถึงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่ยังต้องใช้เวลา

ในแง่ของการเผยแผ่ พระเงิน กล่าวว่า ปัญหาที่พบคือขาดพระเถระปกครองคณะสงฆ์ (เถรวาท) ปัญหาด้านวัฒนธรรมประเพณีก็สำคัญ เพราะพระสงฆ์เถรวาทนั้นเคร่งศีล ไม่ฉันข้าวเย็น แต่มหายานตรงกันข้าม ฉันข้าวเย็นเดินทางสะดวก ใกล้ชิดญาติโยม จับมือถือแขนกันได้ ที่น่าเป็นห่วงคือพระสงฆ์เถรวาทไม่มีโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ต้องไปอาศัยนิกายอื่นเรียน

ส่วนธรรมเนียมการบูชา ฝ่ายเถรวาทบูชาพระพุทธเจ้า แต่ฝ่ายมหายานบูชานอกจากบูชาพระพุทธเจ้ายังบูชาพระโพธิสัตว์ เช่น เจ้าแม่กวนอิมได้ด้วย การเผยแผ่ที่สามารถทำได้ คือ พยายามให้มีการบวชเณรภาคฤดูร้อน อบรมธรรม แจกข้าวของแก่คนยากคนจนและจัดสอนภาษาไทย

พุทธคือประเพณีในสปป.ลาว

สำหรับพระพุทธศาสนาใน สปป.ลาว ไม่มีปัญหา ดังที่พระศรีธนนชัย สันตมโน ผู้แทนจาก สปป.ลาว กล่าวว่า พระสงฆ์ลาวมีบทบาทในการรักษาประเพณี วัฒนธรรมทางสังคมสูงมาก ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป ในขณะที่การบริหารคณะสงฆ์ก็ง่าย เพราะไม่มีนิกาย (มหานิกาย-ธรรมยุต) มีเพียงพระสงฆ์ลาวเท่านั้น

ในด้านการเผยแผ่ มียุทธศาสตร์แบบที่พระพุทธเจ้าเอาชฎิล 3 พี่น้องมาเป็นสาวก โดยเผยแผ่ผ่านไปยังเยาวชนแล้วเขาก็ดึงพ่อแม่เข้าวัดต่อ ซึ่งได้ผลดี

ในไทยมากด้วยทิฐิมานะ

ส่วนพระอธิการสมชาติ ฐิติปัญโญ ผู้แทนจากประเทศไทย กล่าวว่า พระพุทธศาสนาในเมืองไทยมีสภาพเหมือนถูกลอยคอ แตกแยกเพราะทิฐิไม่ตรงกัน เช่น เรื่องพระไปกราบโยมก็พูดกันยังไม่ยุติว่าควรหรือไม่ ทุกอย่างจบลงด้วยทิฐิมานะ สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่มีในยุคนี้ แต่มีมานาน แต่ยุคนี้เป็นยุคหูทิพย์ ตาทิพย์ จึงรับรู้กันเร็ว

พระครูศรีปริยัติโพธิวิเทศ (อาจารย์พระมหา ดร.คมสรณ์ คุตฺตธมฺโม) พระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์พระพุทธศาสนาในไทยเหมือนโจรปล้นบ้าน แทนที่จะป้องกัน แต่พฤติกรรมเหมือนหยิบยื่นของให้โจร ซึ่งในความเห็นของท่านนั้นชาวพุทธควรประคับประคองช่วยเหลือกัน ที่สำคัญยิ่งชาวพุทธต้องมีจุดร่วมเดียวกัน โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน หากแต่พวกเรามีอัตวานุปาทาน (ยึดตัวเองเป็นใหญ่) เกินไป

ปริยัติ ปฏิบัติ เป็นหลักในพม่า

ในขณะที่พระสังฆนายกเมียนมา พระคุณเจ้า Eindapala ผู้ทรงจำพระไตรปิฎกรูปที่ 11 ของเมียนมา กล่าวแสดงความยินดีที่ชาวพุทธใน 5 ประเทศจับมือกัน เพื่อพระพุทธศาสนา ตามหัวข้อเรื่อง ปฏิเวธธรรมนำพุทธเรืองรอง นั้น ท่านเห็นว่าทั้งปริยัติและปฏิบัติ ต้องไปด้วยกัน จึงจะบรรลุปฏิเวธได้ แม้ว่าจะต้องยึดด้านปริยัติเป็นหลักก็ตาม เพราะปริยัติเป็นหลักเบื้องต้นให้เข้าสู่หลักปฏิบัติ เมื่อได้ปฏิบัติก็เข้าถึงปฏิเวธ และบรรลุพระนิพพานในที่สุด ดังนั้นจะขาดหลักปริยัติไม่ได้

ท่านเปรียบเทียบกับการปลูกต้นไม้ การปลูกคือปริยัติ แต่ต้นไม้จะงามหรือไม่อยู่ที่การปฏิบัติ (รดน้ำ พรวนดิน) เมื่อออกดอก ออกผล นั่นคือปฏิเวธ แต่ทุกอย่างอยู่ที่ทำจริง เรียนปริยัติจริง ปฏิบัติ (วิปัสสนากรรมฐาน) จริง จึงจะได้ปฏิเวธจริงๆ  ซึ่งพระสงฆ์เมียนมา 5 แสนรูป ส่วนมากตั้งอยู่ในหลักทั้ง 3 อย่างดังกล่าว

แม้จะมีนานาปัญหาต้องเผชิญ แต่ชาวพุทธและชมรมโพธิคยา 980 ไม่ท้อ เพราะปัญหามีไว้ให้แก้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69