
ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย
....ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์
คำว่า
“ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” (ผ.ร.ท.) ดูจะเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่า หมายถึงกลุ่มคนที่เคยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พ.ค.ท.) และปลีกตัวออกจากขบวนการดังกล่าวกลับคืนสู่ความเป็นพลเมืองดีในสังคมเรื่องของ ผ.ร.ท.ในระยะหลังที่ประชาชนได้รับรู้ เป็นเรื่องการจ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินทำกินที่ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองในขณะนั้นไปรับปากไว้ว่ารัฐจะจัดสรรที่ดินทำกินให้ หากออกมาจาก พ.ค.ท.โครงการจัดหาที่ดินทำกินให้ ผ.ร.ท.ผ่านไปหลายรัฐบาลแล้ว แต่ก็ไม่สิ้นสุดเสียที เพราะมี ผ.ร.ท.กลุ่มใหม่ๆ ทยอยออกมาทวงสัญญาอยู่เสมอ
ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มี ผ.ร.ท.กลุ่มหนึ่งได้ออกมาทวงสัญญา โดยเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสอันดีเนื่องจาก พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นบุตรชายของ พ.ท.พโยม จุลานนท์ หรือ ส.คำตัน ซึ่งมีบทบาทใน พ.ค.ท. มาตั้งแต่ต้น ผ.ร.ท.กลุ่มนั้นก็ได้เงินก้อนหนึ่งที่ในชีวิตพวกเขาคงหาได้ไม่ง่ายนัก ทำให้เกิด ผ.ร.ท.กลุ่มอื่นๆ ขึ้นมาทวงสัญญาอีกโดยมีเงื่อนไขว่าขอให้จ่ายเป็นเงินแทน
ล่าสุด ครม.รัฐบาลอภิสิทธิ์เพิ่งอนุมัติให้ความช่วยเหลืออีกรวม 9,183 คน แบ่งเป็นภาคกลาง 316 คน ภาคอีสาน 5,604 คน ภาคเหนือ 1,529 คน และภาคใต้ 1,534 คน โดยได้ครอบครัวละ 2.2 แสนบาท มีข่าวว่า จนถึงขณะนี้ รัฐบาลได้จ่ายเงินช่วยเหลือแล้วอย่างน้อยกว่า 2,000 ล้าน
เรื่องทั้งหมดคงไม่หยุดอยู่แค่นี้ ต่อไปก็คงมีคนที่อ้างว่าเป็น ผ.ร.ท.ออกมาเรียกร้องทวงสัญญาอีก
เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์เปิดเผยค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ขึ้นมาจนถึงปัจจุบันว่า ได้จ่ายเงินชดเชยเป็นค่าที่ดินทำกินให้กับ ผ.ร.ท.ไปแล้วเป็นเงินจำนวนเท่าไร เพราะเงินทั้งหมดคือ ภาษีของประชาชน ผ.ร.ท.ที่ได้รับเงินหรือที่ดินทำกินไปแล้วมีทั้งหมดกี่คน โดยแยกเป็นแต่ละภาค ให้เห็นชัดเจน เพื่อให้สามารถนำไปตรวจสอบได้ว่า ในช่วงเวลาที่ พ.ค.ท.แข็งแกร่งที่สุด ขบวนการมีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่อยู่ในป่าจำนวนเท่าไร เพราะดีไม่ดี จำนวน ผ.ร.ท.ที่ขอเงินชดเชยที่ทำกินอาจมีจำนวนมากกว่าจำนวน ผ.ก.ค.ในป่าขณะนั้นก็ได้
มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลยอมอนุมัติเงินชดเชยให้กับ ผ.ร.ท.รุ่นนี้เพราะไม่ต้องการให้ ผ.ร.ท.เข้าไปร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง เพื่อเอาไว้เป็นฐานเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ใครอยากได้เงินจากรัฐบาลก็ข่มขู่คุกคามว่าจะไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้รัฐบาลจ่ายเงินให้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ
เป็นที่ทราบกันดีว่า นักการเมืองบางพวกแสวงประโยชน์จากโครงการนี้ มีการแย่งชิง ผ.ร.ท.ให้เป็นมวลชนของตนเองสำหรับการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผ.ร.ท.ปัจจุบันถูกแบ่งแยกและอยู่ในสังกัดของนักการเมืองหลายกลุ่ม
ประเด็นในการเขียนบทความนี้อยู่ตรงที่ว่า รัฐบาลจะช่วยเหลือ ผ.ร.ท.โดยการจ่ายเงินชดเชยให้ตามที่มีใครบางคนไปให้สัญญาไว้ก็ว่าไป เพียงแต่อย่าให้ถูกหลอกเท่านั้น เพราะเงินที่จ่ายก็คือภาษีของประชาชน แต่คำถามคือรัฐบาลคิดถึงชาวบ้านอีกจำนวนมากในพื้นที่อิทธิพล ผ.ก.ค. ที่ไม่ยอมร่วมกับ ผ.ก.ค.บ้างไหม ทั้งที่พวกเขาตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวจากการข่มขู่คุกคาม ตกเป็นเหยื่อโฆษณาชวนเชื่อ การชักชวนเข้าเป็นพวกของ ผ.ก.ค.ขณะนั้น พวกเขาเหล่านี้ต่างก็เป็นคนจน และเจอกับความไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่เช่นกัน
แต่พวกเขาก็ยืนหยัดที่จะไม่เข้าร่วมกับ พ.ค.ท. เพราะตระหนักดีว่า วัตถุประสงค์ของ พ.ค.ท.คือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบอบคอมมิวนิสต์ ดังที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในประเทศเพื่อนบ้านมาแล้ว แม้พวกเขาจะไม่เข้าใจเรื่องประชาธิปไตยนัก แต่เขาก็ยืนหยัดที่จะไม่เข้าร่วมกับ ผ.ก.ค. หลายคนช่วยเหลือราชการด้วยการรายงานข่าวความเคลื่อนไหวของ ผ.ก.ค.ให้กับเจ้าหน้าที่
ในขณะที่ ผ.ร.ท.อ้างว่ามีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน จึงขอที่ดินทำกินจากรัฐ แต่ระยะหลังขอเปลี่ยนเป็นเงินแทน แล้วชาวบ้านที่อยู่ฝ่ายรัฐไม่มีปัญหาที่ดินทำกินหรืออย่างไร พวกเขาต่างก็มีปัญหาที่ดินทำกินทั้งสิ้น รัฐคิดจะช่วยเหลือคนเหล่านี้บ้างไหม?
ในช่วงวิกฤตที่สุดในชีวิตของคนคนหนึ่ง ที่เขามีทางเลือกไม่มากนัก แต่เขาเลือกที่จะอยู่เคียงข้างรัฐ แน่วแน่มั่นคงกับระบอบการปกครองที่มีอยู่ ไม่เข้าไปร่วมกับขบวนการที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วรัฐตอบแทนการทำความดีของคนเหล่านี้อย่างไร รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงได้คิดถึงคนเหล่านี้บ้างหรือไม่ รัฐไม่สนับสนุนให้คนเป็นพลเมืองดีตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือรัฐไม่เหลียวแลคนทำดี แต่ไปเอาใจคนอีกพวกหนึ่งที่ก่อความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ? เรากำลังสร้างมาตรฐานที่ไม่ดีให้คนเอาเป็นแบบอย่างหรือไม่
เราไม่ได้เรียกร้องให้รัฐยุติความช่วยเหลือ ผ.ร.ท. แต่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด สิ่งที่รัฐและหน่วยงานความมั่นคงควรทำอย่างยิ่ง คือ ต้องเข้าไปดูแลชาวบ้านที่เคยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและยืนหยัดไม่ยอมเข้าร่วมกับ ผ.ก.ค.ซึ่งมีปัญหาที่ดินทำกิน เป็นการตอบแทนคุณความดีที่เขากระทำต่อรัฐ
ผู้เสียภาษีหลายคนบอกว่า พวกเขายินดีที่จะให้รัฐเอาเงินภาษีของเขาไปช่วยเหลือคนไทยพวกนี้มากกว่า







