
กม.ต้องศักดิ์สิทธิ์
ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา คดีความที่ขึ้นสู่การตัดสินของศาลสูง ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา
ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา คดีความที่ขึ้นสู่การตัดสินของศาลสูง ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา หากศาลตัดสินว่าผู้ต้องหามีความผิดจริง ศาลสูงมีคำพิพากษาด้วยโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอลงอาญา หรือตัดสินให้มีการชดใช้ค่าเสียหายอย่างสมควรแก่เหตุให้กับผู้เสียหาย
เป็นที่ชัดเจนว่ากระบวนการยุติธรรมในเมืองไทยมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นคดีมโนสาเร่ หรือหลายคดีที่ใหญ่ระดับประเทศ หากผิดกฎหมายก็ไม่สามารถหนีพ้นอาญาแผ่นดิน
ระบบการตรวจสอบในยุคปัจจุบันเข้มแข็งขึ้น กระแสการตื่นตัวจากประชาชนที่ไม่ยอมรับการกระทำความผิดคอร์รัปชั่นในวงการเมือง ราชการ กำลังสร้างวัฒนธรรมนำไปสู่การตัดสิน เพื่อให้คำว่า คุกไม่ได้มีไว้ขังคนจนอย่างเดียว ผู้มีอำนาจหากใช้อำนาจไม่ถูก ทำผิดทุจริต ก็ต้องถูกตัดสินตามบทบัญญัติกฎหมาย
ในช่วงปีที่ผ่านมาเราได้เห็นนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารเอกชน ถูกตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญาหลายราย เช่น คดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย ซึ่งเป็นคดีที่สั่งฟ้องในช่วงรัฐประหารปี 2549 จนในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกจำเลยรวม 19 คน และอีก 5 นิติบุคคล ถือเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์จำคุก 18 ปี และ 12 ปี
นอกจากนี้ ยังมีคดีจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และพวก เพราะเกี่ยวข้องกับคดีคอร์รัปชั่นจากการใช้ตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบและคดีนี้ขยายผลไปยังข้าราชการระดับสูงหลายคน
สำหรับนักการเมืองก็มีคดี นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย จำคุกทั้งคู่ 1 ปีทันทีโดยไม่ต้องรอลงอาญา คดี นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญาในความผิดทุจริตการเลือกตั้ง อบจ.สมุทรปราการ เมื่อปี 2542
ล่าสุด ศาลมีคำตัดสินให้บุตรชายผู้ที่มีชื่อในแวดวงสังคมชั้นสูงต้องโทษคดีจำคุก โดยไม่รอลงอาญาข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต
การพิจารณาโทษอย่างเฉียบขาดของศาลสูง ทำให้
กฎหมายศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยำเกรงแก่พลเมืองของประเทศ ผู้ที่คิดจะกระทำผิดกฎหมายหรือล่วงละเมิดผู้อื่นต้องคิดให้ดีก่อนที่จะกระทำสิ่งใดลงไป ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันโดยไม่มีข้อยกเว้น
ผลจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ก็เป็นการจัดระเบียบสังคมที่ได้ผลมากที่สุด เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจะทำให้ความวุ่นวายในบ้านเมืองสงบลงด้วย







