posttoday
"บิ๊กโด่ง"ยันคัดเลือก สปท.ไม่มีเด็กฝาก

"บิ๊กโด่ง"ยันคัดเลือก สปท.ไม่มีเด็กฝาก

18 กันยายน 2558

พล.อ.อุดมเดช ยัน ชื่อ กรธ.-สปท. ต้องมีความรู้-ความสามารถ ประชาชนยอมรับ ยืนยันไม่มีเด็กฝาก ชี้ "มีชัย"คุณสมบัติดี แต่ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ระหว่างคัดเลือก

พล.อ.อุดมเดช ยัน ชื่อ กรธ.-สปท. ต้องมีความรู้-ความสามารถ ประชาชนยอมรับ ยืนยันไม่มีเด็กฝาก  ชี้ "มีชัย"คุณสมบัติดี แต่ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ระหว่างคัดเลือก

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่18 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานกรมการขนส่งทหารบกพล.อ.อุดมเดช สีตบุตรรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึง การคัดเลือกสภาขับเคลื่อนปฏิรูป(สปท.)ที่มีสัดสวนทหารทั้งในและนอกราชการเป็นจำนวนมาก ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงหลักเกณฑ์และสัดส่วนในการคัดเลือกสปท.ให้ทราบในเบื้องต้นแล้ว ทั้งนี้หน่วยงานส่วนที่เกี่ยวข้องต้องนำเสนอชื่อบุคคลให้กับคณะกรรมการได้พิจารณาเพื่อความเหมาะสมอีกครั้งซึ่งก็มีทั้งทหารที่อยู่ในราชการและเกษียณไปแล้ว และที่สำคัญต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และเมื่อเข้าไปอยู่ใน สปท.แล้วจะสามารถทำงานได้ ดูแลเรื่องการปฏิรูปในด้านต่างๆ ไม่ใช่ว่ามีชื่อที่ฝากกันมา และไม่มีความสามารถในการทำงาน คงไม่ใช่ เพราะ นายกฯ ได้ย้ำแล้วว่า ยิ่งฝากมา ก็ยิ่งไม่ได้ ทั้งนี้จะให้หัวหน้าส่วนราชการ คัดเลือกชื่อส่งไปให้ระดับผู้ใหญ่ได้พิจารณาอีกครั้ง เพื่อความรอบคอบ เพราะชื่อที่ออกมาต้องเป็นที่ยอมรับและเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย คสช.มีความเหมาะสมที่จะนั่งเป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว แต่ตนไม่ทราบว่าใครจะได้เป็นเพราะเป็นเพียงการคาดเดาและทางผู้ใหญ่ก็ยังไม่ได้บอกชัดเจนว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างคัดเลือกตัวบุคล ตนเชื่อว่า ทุกคนที่มีชื่อใน สปท.และกรธ.ต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่ยอมรับของประชาชน


เผยคสช. เร่งรัดคดีระเบิดกลางกรุงต่อเนื่อง หลังเหตุการณ์ครบ 1 เดือน

พล.อ.อุดมเดช  ยังให้สัมภาษณ์ถึง ความคืบหน้าเหตุระเบิดแยกราชประสงค์และท่าน้ำสาทร ว่า ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) โดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ยังคงเร่งรัดในการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องภายใต้การกำกับดูแลของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งมีความก้าวหน้ามาตามลำดับซึ่งครบ1เดือนของเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่แยกราชประสงค์ โดยการดำเนินการงานต่างๆได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการคลี่คลาย ติดตามข้อมูล วัตถุพยาน ต่างๆ ก็ดีขึ้นตามลำดับ โดยมีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 13 รายแล้ว ขอให้รอความชัดเจนกันต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็ทำงานอย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี