posttoday
เฟดดันบาทปึ้ก

เฟดดันบาทปึ้ก

17 กันยายน 2558

แบงก์นอกมองสวนทาง เงินบาทจะแข็งค่าตามเหรียญสหรัฐ คาดสิ้นปี 35.60 บาท

แบงก์นอกมองสวนทาง เงินบาทจะแข็งค่าตามเหรียญสหรัฐ คาดสิ้นปี 35.60 บาท

น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายวิจัย ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยภายในวันที่ 18 ก.ย.นี้ จะขึ้นเร็วสุดในเดือน ธ.ค.หรือต้นปีหน้า เป็นการค่อยๆ ขึ้นอย่างช้าๆ และน่าจะปรับขึ้นเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

“เฟดจะรอดูเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐในเดือน ต.ค.นี้ก่อน การใช้นโยบายการเงินของสหรัฐเริ่มมีความตึงตัวแล้ว เพราะค่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐช่วง 1 ปีที่ผ่านมาได้แข็งค่าขึ้นมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่น สหรัฐกลับมาใช้นโยบายการคลังผลักดันเพิ่มเพดานหนี้ขึ้นในเดือน ต.ค. ซึ่งถ้าเพิ่มไม่ได้รัฐบาลต้องรัดเข็มขัดและกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง” น.ส.อุสรา กล่าว

น.ส.อุสรา มองว่า ค่าเงินบาทระดับปัจจุบันถือว่าอ่อนค่ามากเกินไป แต่ก็อ่อนน้อยที่สุดในอาเซียน โดยมองว่าไตรมาส 3 ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าสูงสุดที่ระดับ 36-36.50 บาท/เหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะเริ่มแข็งค่าในไตรมาส 4 ตามที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย โดยอยู่ที่ระดับ 35.60 บาท/เหรียญหรัฐ และปีหน้าจะอยู่ที่ 34.75 บาท/เหรียญสหรัฐ

“ที่กลัวว่าจะเกิดสงครามค่าเงิน เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ถ้าจีนต้องการให้เกิดจริง จีนคงไม่ปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงแค่ 4% เมื่อเทียบกับประเทศอื่นถือว่าอ่อนค่าน้อยมาก เทียบกับเงินเยนของญี่ปุ่นในช่วงเวลาเดียวกันอ่อนค่าถึง 44% และสกุลยูโรถึง 17% แต่การที่จีนเปลี่ยนวิธีกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนก็เพราะต้องการเปิดเสรีทางการเงินให้สกุลเงินหยวนอยู่ในตะกร้าของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เท่านั้น

นายตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านบริหารการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เฟดยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบวันที่ 16-17 ก.ย.นี้  แต่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้แน่นอน ค่าเงินบาทจึงยังคงเป็นทิศทางอ่อนค่าอยู่ โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยายังคงคาดการณ์ค่าเงินบาทในปีนี้ไว้ที่ 36.50 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่การเคลื่อนไหวมีความผันผวนและมีโอกาสอ่อนค่าแรงหลังจากที่สหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย

สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 16 ก.ย. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% และ กนง.มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตต่ำกว่า 3% แม้จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลออกมา เนื่องจากปัจจัยลบจากต่างประเทศยังมีอิทธิพลสูงกว่า

อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังยืนยันว่า เศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตได้เกิน 3%

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่