
มาร์คชี้สภาปฏิรูปไม่มีประโยชน์ทับซ้อนต่างจากสปช.
มาร์คยืนยันไม่เปลี่ยนจุดยืน พร้อมส่งรายชื่อร่วมสภาขับเคลื่อน แจงไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนต่างจากหน้าที่ สปช. แนะดูสาระมากกว่าการลดเวลาโรดแมป
มาร์คยืนยันไม่เปลี่ยนจุดยืน พร้อมส่งรายชื่อร่วมสภาขับเคลื่อน แจงไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนต่างจากหน้าที่ สปช. แนะดูสาระมากกว่าการลดเวลาโรดแมป
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเปิดให้มีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าไปร่วมเป็นสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ นั้นเห็นว่าไม่ว่าใครก็เข้าไปร่วมได้ เพราะต้องการให้สังคมต้องการมีส่วนร่วมอยู่แล้ว อีกทั้งในแง่การเมืองไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ต่างจากการทำหน้าที่ ของสปช.
"ผมไม่ได้เปลี่ยนจุดยืน เพราะตอนที่ไม่ให้นักการเมืองไปร่วมเป็น สปช.ก็พูดขัดว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีอำนาจในการอนุมัติรัฐธรรมนูญ เท่ากับผู้เล่นจะเป็นผู้ไปอนุมัติกติกาเอง เป็นเรื่องไม่สมควร แต่กรณีสภาขับเคลื่อนฯ แตกต่างกัน อีกทั้งคนที่จะเข้าไปก็ไม่ใช่ตัวแทนพรรค เนื่องจากพรรคไม่สามารถประชุมได้ แต่ถ้ามีการถามความเห็นผมว่ามีสมาชิกคนไหนสนใจประเด็นปฎิรูปผมก็ให้ชื่อได้ ส่วนจะได้รับการแต่งตั้งหรือไม่ผมไม่ทราบ และคนที่ได้รับการแต่งตั้งจะรับหรือไม่อยู่ที่การตัดสินใจของบุคคลนั้น" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงการขยับโรดแมปให้เร็วขึ้นกว่า 20 เดือน นั้น จะเห็นว่ากรอบเรื่อง 20 เดือนนั้นเอามาจากบทบัญญัติในกฎหมายจึงเป็นกรอบเวลาสูงสุด แต่เราไม่ควรพูดล่วงหน้า เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับ 21 คน ที่กำลังจะเข้ามา ว่าจะวางกรอบการทำงานอย่างไร เช่น จะหยิบร่างเดิมมาพิจารณาเฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหา ก็ใช้เวลาไม่นาน ทั้งหมดต้องดูตามสาระเป็นตัวตั้ง โดยตนสนับสนุนให้คงบทบัญญัติที่ดีในร่างรัฐธรรมนูญเดิมไว้ แต่บทบัญญัติใดที่เป็นปัญหาก็ต้องนำมาปรับปรุง
"ทั้ง 21 คน ควรคิดถึงผู้ที่จะเป็นผู้อนุมัติรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะไปฟังใครถ้าประชาชนไม่อนุมัติก็ไม่มีประโยชน์ จึงขอฝากทั้ง 21 คน ว่าต้องร่างรัฐธรรมนูญบนความรับชอบต่อประชาชน ทั้งนี้ผมเห็นว่าบางครั้งการถามเรื่องการเขียนกฎหมายลูกแบบลอยๆ โดยยังไม่เห็นเรื่องหาสาระ เป็นเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ แต่ในรัฐธรรมนูญต้องเขียนให้ชัดเจนในเรื่องที่จำเป็น เช่นอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ ต้องระบุให้ชัดในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ไปใส่ไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ" นายอภิสิทธิ์กล่าว







