
ชลบุรีนำร่องหลักสูตรการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ
ชลบุรี ประกาศใช้หลักสูตร “การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ”นำร่องเทอม 2 ปี 58 เริ่มที่ “ปฐมวัย” สอดคล้องนโยบายรัฐลดเวลาเรียน บูรณาการหลักสูตรทางเลือก
ชลบุรี ประกาศใช้หลักสูตร “การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ”นำร่องเทอม 2 ปี 58 เริ่มที่ “ปฐมวัย” สอดคล้องนโยบายรัฐลดเวลาเรียน บูรณาการหลักสูตรทางเลือก
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1จังหวัดชลบุรีร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐานและจัดทำข้อตกลงการนำหลักสูตรการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานไปใช้ในสถานศึกษาทั้ง 13 หน่วยงานภายใต้โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดชลบุรีโดยมีนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีให้เกียรติเป็นประธานร่วมทำข้อตกลง พร้อมประกาศการใช้หลักสูตรการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ
นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผย ว่า หลักสูตรการศึกษาเพื่อการมีงานทำ เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดชลบุรีดังเจตนาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งพูดชัดเจนเรื่องการศึกษาเพื่อการมีงานทำ การส่งเสริมให้เด็กเรียนอาชีวศึกษาและมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสร้างงาน สร้างรายได้ โดยจัดสรรงบประมาณลงมายังจังหวัด ดังนั้น เรื่องที่คนชลบุรีกำลังดำเนินการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ถ้าทำได้จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งยั่งยืน โดยตนรู้สึกเป็นห่วงประเทศไทยซึ่งขาดแคลนแรงงานมาหลายปี เพราะการศึกษาเน้นไปที่การเรียนต่อมหาวิทยาลัยเนื่องจากผู้ปกครองยังคงยึดติดค่านิยมให้เรียนจบปริญญา
"สิ่งที่ต้องปรับคือทัศนคติของพ่อแม่ และผู้เรียนตั้งแต่วัยเด็กเล็ก ให้เข้าใจใหม่ว่าการเรียนสายอาชีพ สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ อีกทั้งโรงเรียนก็อย่ายึดติดดึงเด็กไว้กับตนเอง เพราะเมื่อสภาพบ้านเมืองเปลี่ยน แนวคิดเปลี่ยน ทุกคนต้องสลัดประโยชน์ส่วนตัวแล้วชักชวนคนอื่นให้เข้ามามีส่วนร่วมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ให้มากขึ้น ซึ่งแนวคิดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อการมีงานทำ จะสามารถช่วยประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยชลบุรีจะเป็นจุดเริ่มและเป็นตัวอย่างให้จังหวัดอื่นๆ ที่มีบริบทใกล้เคียงกับเรา"นายคมสันกล่าว
นายวสันต์ นาวเหนียว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1กล่าวว่าชลบุรีเป็นเมืองอุตสาหกรรมมีสถานประกอบการจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นจุดเด่นทำให้มีแหล่งงานรองรับ ทุกฝ่ายจึงเห็นตรงกันให้จัดหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้เด็กเยาวชนมีคุณลักษณะ 4 ประการ 1) ลักษณะนิสัยอุตสาหกรรม 2) มีทักษะในการทำงานอีพตามสมรรถนะผู้เรียนในหลักสูตรพื้นฐานและวิชาชีพ 3) มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และ 4) มีความรู้ที่ใช้ในการทำงานอาชีพและความรู้ตามสมรรถนะวิชาชีพ จึงเป็นที่มาในการออกมาสู่หลักสูตรการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำร่วมกันโดยจะเริ่มนำร่องทดลองใช้ภาคการศึกษาที่ 2 ปี 2558 ใน 21 โรงเรียน และจะประกาศใช้จริงในภาคการศึกษาที่ 1 ปี 2559 นี้ ทั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดเวลาเรียนวิชาการลงในเวลา 14.00 น.หลังจากนั้นจะเป็นหลักสูตรทางเลือกที่จะนำไปบูรณาการให้เด็กได้เรียนรู้ ซึ่งเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เนื่องจากมีกระบวนการและขั้นตอนชัดเจน
นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน นักวิชาการ สสค.กล่าวว่า การเลือกจังหวัดชลบุรี เพราะต้องการรูปแบบการจัดการศึกษาในเมืองอุตสาหกรรม เพื่อจะได้เห็นการปฏิรูปการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐานที่หลากหลายโดยชลบุรีนำโดยผอ.สพป.ชลบุรีเขต 1 ได้เริ่มไปชวนคนในจังหวัดคิด บนฐานข้อมูลตามสภาวการณ์ของจังหวัดนั้นๆ เมื่อเริ่มเห็นจุดอ่อนว่าเด็กของชลบุรียังไม่มีนิสัยรักในการทำงาน ดังนั้น ถึงเวลาที่ต้องเตรียมเด็กให้พร้อมสู่โลกของการทำงาน โดยเตรียมเด็กตั้งแต่ปฐมวัย เพราะระดับมัธยมต้นนั้นช้าเกินไป
"สถานประกอบการต้องการเด็กจบ ม.3 ม.6 ที่มีคุณสมบัติพร้อมในการทำงาน จากโจทย์คณะทำงานจึงยกร่างหลักสูตรในส่วนหลักสูตรท้องถิ่น 30% เสนอต่อคณะกรรมการหลักสูตร ดังนี้ 1. ปฐมวัย เน้นการดูแลตนเอง ไม่มุ่งเน้นที่การเรียน 2.ประถมศึกษา เน้นเรื่องภาษา ทักษะชีวิต การช่วยเหลือตนเอง 3.มัธยมศึกษาตอนต้น เน้นให้เห็นอาชีพที่หลากหลายในชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด เพื่อการมีทางเลือกที่หลากหลาย โดยมีสถานประกอบการมาช่วยเปิดบ้านให้เด็กได้ดูว่ามีอาชีพอะไรที่เด็กสามารถไปทำความรู้จักได้ เพื่อให้เด็กรู้จักตนเองเลือกเส้นทางได้ถูกต้องว่าจะเรียนต่อสายสามัญ อาชีวะ อุดมศึกษาหรือทำงาน 4.มัธยมศึกษาตอนปลาย ฝึกทักษะที่เข้มข้นขึ้น 5.ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช., ปวส.) ฝึกทักษะที่เข้มข้นขึ้น โดยใช้รูปแบบที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เช่น วิทยาลัยเทคนิคที่ร่วมกับสถานประกอบการฝึกเด็กแต่ละด้านอยู่แล้ว และ 6.ปริญญาตรี เน้นความเป็นเลิศทางด้านปริญญาในสาขาที่เลือก"นักวิชาการ สสค.กล่าว







