
รัฐจ่ายรายหัวเพิ่ม145บ. ดึงอย.ร่วมแจงซีแอลยา
โพสต์ทูเดย์
— รัฐบาลอัดงบสุขภาพ เหมาจ่ายรายหัวเพิ่มจาก 2,401 บาท เป็น 2,546 บาทนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบปี 2554 ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทั้งสิ้น 129,280 ล้านบาท โดยโครงการหลักประกันสุขภาพได้เพิ่มงบรายหัวขึ้น 145 บาท จากเดิม 2,401 บาท เป็น 2,546 บาท
สำหรับผู้ป่วยนอกหัวละ 795.39 บาท เพิ่มขึ้น 7.2% ผู้ป่วยใน 954.72 บาท เพิ่มขึ้น 7.8% และงบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค 312.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.7%
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนการให้บริการด้านทันตกรรม ได้แยกออกมาเป็นหมวดพิเศษในปี 2553 ได้รับการจัดสรรหัวละ 2.25 บาท เพิ่มขึ้น 100% จากนั้นจะมีในเรื่องของงบประมาณฟื้นฟูสุขภาพเพิ่มขึ้นเป็นหัวละ 12 บาท เพิ่มขึ้น 48.5%
นอกจากนี้ ยังมีงบในส่วนกองทุนที่แยกออกมาเฉพาะ โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง ได้แก่ งบรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคเอดส์จัดไว้ 2,997 ล้านบาท งบผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 3,226 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนไตและการล้างไตทางช่องท้อง และจะขยายการให้บริการดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 9,521 คน คาดว่าปีนี้จะเพิ่มเป็น 16,303 คน
ขณะเดียวกันยังมีงบผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 630 ล้านบาท สามารถดูแลผู้ป่วยได้ 2,311,538 คน และผู้ป่วยจิตเวชจัดไว้ 203 ล้านบาท ให้บริการยาตัวใหม่อีก 2 ตัว สามารถนอนพักรักษาในโรงพยาบาลได้มากกว่า 15 วัน คาดจะให้บริการผู้ป่วยได้ 119,371 คน
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ได้มอบหมาย นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. ประสานกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อสอบถามเรื่องการจดสิทธิบัตรยาและการขึ้นทะเบียนยาโดยรัฐ (ซีแอล) ในการจัดทำซีแอลยา
ทั้งนี้ สปสช. จำเป็นต้องทราบวันหมดอายุสิทธิบัตรยาประกอบการตัดสินใจ ซึ่งการทำแอลซียาเน้นการคุ้มครองผู้ป่วยในโรคสำคัญ อาทิ โรคเอดส์ โรคหลอดเลือดสมองตีบ และโรคหัวใจ ซึ่งคณะอนุกรรมการ สปสช. ยอมรับว่าระบบการค้นหาข้อมูลวันหมดอายุสิทธิบัตรยาต้องใช้เวลานาน และการค้นคว้าค่อนข้างยุ่งยาก







