บริษัทที่ปรึกษาฯรับปากไม่ใช้พื้นที่ป่าหากชุมชนไม่ยินยอม
เวทีรับฟังความเห็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของคึก บริษัทที่ปรึกษาฯ รับปากจะไม่ใช้พื้นที่ป่าชุ่มน้ำ 3,021 ไร่ หากชุมชนไม่ยินยอม
เวทีรับฟังความเห็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของคึก บริษัทที่ปรึกษาฯ รับปากจะไม่ใช้พื้นที่ป่าชุ่มน้ำ 3,021 ไร่ หากชุมชนไม่ยินยอม
ที่ประชุมรับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต่อนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทปัญญา คอนซัลแตนท์ ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาที่ จ.เชียงราย ว่าจ้างให้จัดทำแผนแม่บทเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปเป็นเอกฉันท์ว่า ชาวบ้านไม่ยินยอมให้ใช้พื้นที่ป่าชุมชน จำนวน 3,021 ไร่ ริมแม่น้ำอิง เป็นพื้นที่สร้างนิคมอุตสาหกรรม ส่วนความคิดเห็นต่อนโยบายดังกล่าว ชาวบ้านจะกลับไปร่วมกันหารือแล้วจะเสนอกลับไป
นายจักรกริช ธรรมศิริ กรรมการบริหารบริษัทปัญญา คอนซัลแตนท์ กล่าวว่า นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากชุมชนไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้นเมื่อชาวบ้านบอกว่าไม่ให้ใช้พื้นที่ก็จะไม่ใช้ ก็คงต้องไปหาพื้นที่ใหม่ ส่วนข้อเสนอในเวทีจะถูกนำไปประกอบการจัดทำแผนแม่บทเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย ก่อนจะส่งกลับมาให้จังหวัด และชุมชนพิจารณาอีกครั้ง
“ใน 10 จังหวัดที่ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ มีเพียงเชียงรายเท่านั้นที่มีการจัดทำแผนแม่บท ซึ่งจะเป็นไปตามความต้องการของชุมชน และแผนแม่บทก็วางอนาคตไว้ถึง 20 ปี จึงจะสำเร็จ การเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ได้เกิดทันทีทันใด แต่จะเกิดช้าๆ และสร้างประโยชน์ระยะยาว เช่น มาเลเซีย ที่ใช้เวลากว่า 18 ปี คนมาเลเซียก็มีชีวิตที่ดีขึ้น” นายจักรกริช กล่าว
นายจักรกริช กล่าวอีกว่า หากชาวบ้านเลือกที่จะไม่รับหลักการและปฏิเสธเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทางคณะที่ปรึกษาฯ ก็จะยอมรับฟัง แต่ขอยืนยันว่า จ.เชียงรายจะเป็นจังหวัดเดียวที่มีเขตอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า อุตสาหกรรมเชิงนิเวศนั้นไม่มีอยู่จริง และวันนี้ชาวบ้านก็ระบุชัดว่าไม่เอานิคมอุตสาหกรรม สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากโครงการเศรษฐกิจพิเศษที่บริษัทฯ พยายามนำเสนอแก่ชาวบ้าน ทั้งการลดภาษี การจ้างงานคนต่างชาติ ฯลฯ เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับคนที่มาลงทุน ส่วนชาวบ้านไม่ได้อะไรเลย
นายศักดิ์ชาย วงศ์กนิษฐ์ นายอำเภอเชียงของ กล่าวว่า ชาวบ้าน ต.บุญเรือง ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ต้องการให้นิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอำเภอเชียงของไม่ต้องการโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยขณะนี้ได้รับหนังสือแสดงข้อกังวลจากชาวบ้านแล้ว ซึ่งจะนำไปประกอบการพิจารณาและทำรายงานเสนอให้ ผวจ.เชียงราย
นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต สว.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านกำลังผลักดันให้ป่าชุมชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ โดยขั้นตอนอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการพื้นที่ชุ่มน้ำระดับจังหวัด ตามที่ ผวจ.เชียงราย มีคำสั่งให้ดำเนินการ
สำหรับบรรยากาศการประชุม ชาวบ้าน ต.บุญเรือง สวมเสื้อสีเขียวสกีนคำว่าไม่เอานิคมอุตสาหกรรม ประมาณ 500 คน เข้าร่วมเวที และต่างอภิปรายข้อกังวลต่อนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงเสนอทิศทางการพัฒนาที่คน อ.เชียงของ ต้องการ โดยเฉพาะการเกษตร การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์วัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ด้านหน้าห้องประชุม ชาวบ้านได้จัดนิทรรศการพื้นที่ชุ่มน้ำ และประวัติความเป็นมาของป่าบุญเรือง โดยนำภาพถ่าย ภาพวาด และยังนำพืชพรรณ ผัก ผลไม้ หน่อ ที่หาได้จากป่าบุญเรืองจำนวนมากมาแสดง







