posttoday
เมื่อกรรมทำงาน

เมื่อกรรมทำงาน

07 กันยายน 2558

ปีนี้เป็นปีที่อาจเรียกได้ว่า เป็นปีแห่งการกวาดล้างประเทศให้สะอาด

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

ปีนี้เป็นปีที่อาจเรียกได้ว่า เป็นปีแห่งการกวาดล้างประเทศให้สะอาด ระยะนี้ศาลพิพากษาคดีเกี่ยวกับนักการเมือง คดีทุจริตทำให้เห็นว่า เมื่อบุคคลทำกรรมใดไว้ย่อมจะได้รับผลของกรรมนั้นเสมอ

คดีแรกศาลฎีกาส่งเสด็จพี่พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ และเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ สส.เสื้อแดงค่ายเพื่อไทย เข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำเป็นเวลา 1 ปี จากการหมิ่นประมาทประธานศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ คดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานที่ศาลไม่รอการลงอาญากับผู้ที่ชอบชกกรรมการ

ต่อมาเป็นคดีโคตรโกงการเลือกตั้ง เมื่อปี 2542 ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ การเลือกตั้งที่สื่อมวลชนตั้งฉายาให้ว่าเป็นการเลือกตั้ง โคตรโกง เนื่องจากในช่วงปิดหีบ มีชายชุดดำนำบัตรเลือกตั้งเป็นปึกจากที่ไหนไม่รู้ มาใส่ในหีบบัตรในคูหาเลือกตั้ง เป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งก็บังเอิญหันไปทางอื่น มองไม่เห็นชายชุดดำ คดีนี้เริ่มฟ้องคดีเมื่อปี 2545 ใช้เวลา 13 ปี ในการต่อสู้คดี 3 ศาล ใช้เวลา 16 ปี คดีนี้ ทำให้ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ทายาทผู้สืบทอดอำนาจเจ้าพ่อเมืองปากน้ำต้องเดินเข้าเรือนจำเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน

ตามติดมาด้วยคดีที่สะท้านวงการธนาคาร เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง จำคุกอดีตผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย และผู้บริหารบริษัทในกลุ่มกฤษดามหานคร เป็นเวลา 18 ปี และ 12 ปี คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการประจำหรือพนักงานหรือผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ยึดความถูกต้อง เห็นแก่ประโยชน์จากเศษเงินสกปรกของพวกโกงบ้านโกงเมือง ยอมทำตามคำสั่งของนักการเมือง แล้วในที่สุดตัวเองเป็นผู้รับผลของการกระทำ โดยที่นักการเมืองเลวๆ ยังคงลอยไปลอยมาไม่ต้องรับผลกรรม

ถัดมาเป็นคดีหมิ่นประมาท โดยแดง นปช.เจ้าเก่า ตู่ จตุพร ผู้ที่ไม่เคยสำนึกถึงความปราณีของศาล ที่รอลงอาญาให้ตลอดมาในหลายคดี แม้ในคดีหมิ่นประมาทบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นักการเมืองด้วยกัน แล้ววันนี้กรรมกำลังติดตามให้ผลอยู่ ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา แม้คดีนี้จะเป็นคำตัดสินของศาลชั้นต้นยังมีอีก 2 ศาลให้ได้มีโอกาสชีวิตสร้างวาทกรรมทำร้ายคนอื่นต่อไปอีกหลายปี แต่รายนี้มีคดีอีกเป็นเข่งที่รอการตัดสิน

อีกคดีเป็นความรุนแรงจากการยิง M79 ใส่ห้างบิ๊กซี ถนนราชดำริ ในการชุมนุมของมวลมหาประชาชน กปปส. เมื่อวันที่23 ก.พ. 2557 จนมีคนตาย 3 คน บาดเจ็บสาหัสอีกหลายราย คดีนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ตัดสินประหารชีวิต จำเลยทั้ง 4 คน แต่ลดโทษให้จากคำให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคงเหลือจำคุกตลอดชีวิต คดีนี้ใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี ศาลชั้นต้นก็ตัดสิน คงต้องรอดูว่า จำเลยจะอุทธรณ์ต่อไปหรือไม่ หรือจะยอมรับโทษที่ศาลเมตตาไม่ต้องประหารชีวิต ถึงวันนี้คงได้คิดว่า เงินที่ได้คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับหรือไม่ คดีอย่างนี้น่าจะสาวให้ถึงตัวผู้บงการว่า ใครเป็นผู้จ้างวานให้กระทำความผิดอันโหดเหี้ยมเช่นนี้

อีกเรื่องหนึ่งที่แม้ไม่ใช่คดี แต่อยู่ในความสนใจของสังคมคือ การถอดยศนักโทษชายทักษิณ ที่หนีคดีเป็นสัมภเวสีล่องลอยอยู่ในขณะนี้ การถอดยศในครั้งนี้ พิทักษ์1 สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เจ้าของคำพูดสวยหรูว่าใหญ่แค่ไหนก็จับ ที่มีเวลาทำงานถึงสิ้นเดือนนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า คงถอดใจมากกว่าจะถอดยศ แม้คณะกรรมการตำรวจจะชงเรื่องใส่พานให้แล้วก็ตาม จนทำให้ลุงตู่ คสช.ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งถอดยศเอง เป็นอันจบกระบวนการถอดยศที่ยืดเยื้อมานาน

คดีสุดท้ายที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ คดีการทำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับเขมร กรณีเขาพระวิหารที่ นพดล ปัทมะ มือกฎหมายสายตรงของนักโทษชายหนีคดี เป็นผู้ทำบันทึกในฐานะ รมต.ต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาลนอมินี สมัคร สุนทรเวช คดีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง พิพากษายกฟ้อง หลุดรอดคุกตารางจากข้อกล่าวหาขายชาติไปได้ ด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 เท่ากับว่า ยังมีอีก 3 ความเห็นที่เห็นว่าผิด

คดีนี้ แม้ผลจะไม่ถูกใจใครหลายคน เพราะศาลรัฐธรรมนูญเคยถอดถอนออกจากตำแหน่งในกรณีเดียวกันมาแล้วโดยวินิจฉัยไว้ว่า บันทึกข้อตกลงที่ไปทำกับเขมรนั้น เป็นสนธิสัญญาที่ต้องขอความเห็นชอบจากสภาเสียก่อน และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ซึ่งรวมถึงศาลฎีกาด้วย

คำวินิจฉัยของศาลในคดีนี้ ยอมรับว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันศาลฎีกา แต่คดีนี้เป็นคดีฟ้องว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ หากพิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลจะเห็นได้ว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยยกฟ้อง เพราะศาลเห็นว่ามีการปรึกษาหารือข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนที่จะทำข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงนั้น เจ้าหน้าที่ก็ให้ความเห็นว่า ข้อตกลงไม่ใช่สนธิสัญญาที่จะต้องขอความเห็นชอบจากสภา จึงเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอน ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เท่ากับไม่มีเจตนาในการทำผิด สำหรับประเด็นประโยชน์ทับซ้อนนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานว่านพดลกับทักษิณจะได้รับใดๆ จากเขมรในการทำบันทึกข้อตกลงนี้

เมื่อเสียงส่วนใหญ่ของศาลมีความเห็นอย่างนั้น ก็ต้องให้ความเคารพ ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นเรื่องของผลประโยชน์นั้น แม้จะมีจริงก็คงจะหาพยานหลักฐานไม่ได้ ในประเด็นนี้น่าพิจารณาจากพฤติการณ์แวดล้อมและเนื้อหาของบันทึกว่า ประเทศไทยได้ประโยชน์อย่างใดหรือไม่ คนที่เป็นนักกฎหมายที่คิดคดโกง เขาย่อมจะสร้างพยานหลักฐานเตรียมไว้ สำหรับป้องกันตัวเองอยู่แล้วจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่กระบวนการยุติธรรมจะหาใบเสร็จได้

คนที่ทำผิดทำชั่ว แม้กฎหมายจะลงโทษไม่ได้ แต่ใครที่ทำกรรมอันใดไว้ ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ใครที่ขายชาติ ใครที่ได้ประโยชน์จากการขายชาติ ใครที่ทิ้งลูกทิ้งเมีย แม้จะหลุดรอดกฎหมายไปได้ แต่จะไม่รอดกฎแห่งกรรมอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน