
แก้สลากให้ตรงจุด
มติคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มี พล.ต. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา
มติคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มี พล.ต. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่เปิดโอกาสให้ผู้ต้องการขายสลากรายย่อยทั่วไปขึ้นทะเบียน สั่งจองสลากได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาเพื่อแก้ปัญหาสลากเกินราคา ถือเป็นเรื่องที่น่าชมเชยในความกล้าตัดสินใจ
เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้สลากขายในราคาฉบับละ 80 บาท กระจายวงกว้างออกไปในทุกพื้นที่ หากมีผู้สนใจจองซื้อสลากเพื่อไปจำหน่าย ไม่ใช่จำกัดวงแคบอยู่เฉพาะสี่แยกคอกวัวที่เป็นพื้นที่นำร่อง
ประการต่อมา วิธีการดังกล่าวจะกลายเป็นแรงกดดันทางอ้อมให้บรรดาผู้ค้ารายใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรโควตาสลากไปงวดละ 74 ล้านฉบับ ลดราคาขายปลีกให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ลงมาจากปัจจุบัน ที่ขายไปในราคา 74-78 บาท/ฉบับ จนผู้ค้ารายย่อยต้องนำไปขายประชาชนฉบับละ 110-120 บาท เนื่องจากผู้ค้ารายย่อยมีต้นทุนแค่ฉบับละ 70.40 บาท หากนำไปจำหน่ายในราคาฉบับละ 80 บาทได้หมด ก็จะได้กำไรฉบับละ 9.40 บาท ความต้องการซื้อสลากจากยี่ปั๊ว ซาปั๊วของผู้ค้ารายย่อยย่อมลดลงโดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลต้องตระหนัก และต้องหาทางแก้ปัญหาให้ยั่งยืนในระยะยาวคือ ปริมาณสลากพิเศษที่เพิ่มขึ้นนั้นมีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับสลากปกติที่อยู่ในมือผู้ค้ารายใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรไป 74 ล้านฉบับ หากเปิดทางให้รายใหญ่ หรือผู้ค้าในปัจจุบันสร้างตัวแทนเข้าไปจองซื้อเพื่อรวบสลากมาอยู่ในมือ เป้าหมายหลักในการออกมาตรการดังกล่าวมาเพื่อทำให้ราคาขายลดลงมาอยู่ที่ 80 บาท/ฉบับย่อมเป็นหมัน และวงจรอุบาทว์ในการค้าสลากก็มากัดกินประชาชนผู้เสี่ยงโชคเช่นปัจจุบัน
ดังนั้น คณะกรรมการและผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ให้รัดกุม เพื่อเปิดให้ประชาชนรายย่อยที่ต้องการนำสลากไปจำหน่ายได้มีโอกาสเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ คณะกรรมการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับธุรกิจสลาก ถ้าหากกำหนดกติกาให้รายย่อยที่จองซื้อสลากผ่านธนาคารขายในราคาไม่เกิน 80 บาท/ฉบับ ก็ต้องหามาตรการมาบังคับให้พ่อค้ารายใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรโควตา 74 ล้านฉบับในปัจจุบัน และได้รับส่วนลดในอัตราเดียวกับรายย่อยคือฉบับละ 70.40 บาท จะต้องจำหน่ายในราคา 80 บาทด้วยเช่นกัน
คณะกรรมการต้องใช้โอกาสที่โควตาเดิมจะหมดอายุลงในเดือน ธ.ค.นี้ จัดระเบียบการจัดสรรใหม่และกำหนดเงื่อนไขให้คู่ค้าของรัฐแต่ละรายขายในราคาหน้าตั๋วให้ได้ หากรายใดขายเกินกว่าราคาที่กำหนดจะต้องถูกยกเลิกโควตาทันที และหากยังมีการขายเกินราคาผู้บริหารสำนักงานสลากฯ จะต้องรับผิดชอบ เพราะมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลสินค้าที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ







