
หลายคำถามที่รอคำตอบ
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
ขอชมเชยตำรวจไทยที่ใช้เวลาเพียง 12 วัน ก็สามารถจับกุมคนร้ายที่ร่วมในขบวนการวางระเบิดที่ศาลท่านท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ และที่ท่าน้ำสาทรได้ พร้อมกับอุปกรณ์ทำระเบิดแบบเดียวกันอีกมากมาย และขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียงยึดวัตถุระเบิดได้อีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่ทหารสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 1 คนที่เตรียมหนีออกไปกัมพูชา ซึ่งสารภาพว่ารู้จักกับคนที่ถูกจับที่หนองจอกไปก่อนหน้านี้ และตำรวจได้ออกหมายจับเพิ่มอีก 3 คน สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นกับโลกได้ในระดับหนึ่ง
เราไม่ต้องพูดถึงรายละเอียดซึ่งปรากฏในสื่อต่างๆ อยู่แล้ว ที่น่าสนใจคือ คนที่ถูกจับที่พูนอนันต์ อพาร์ทเม้นท์ น่าจะเป็น “ผู้ดูแลเซฟเฮาส์” ที่มีคนมาเช่าไว้สำหรับเก็บวัตถุระเบิดที่พร้อมใช้ในการก่อเหตุร้าย ขณะเดียวกันชายคนนี้อาจเป็นคนประกอบระเบิดด้วยเพราะเสื้อผ้าติดสารเคมีที่ใช้ทำระเบิด และเขายอมรับว่าเป็นเจ้าของอุปกรณ์การทำระเบิดดังกล่าว สถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่พักของคนเดินทางผ่านเป็นครั้งคราว ส่วนที่ไมมูณา การ์เด้น โฮม ซึ่งอยู่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ได้พบอุปกรณ์ทำระเบิดส่วนหนึ่งโดยเกี่ยวข้องกับชาวตุรกีที่มาพำนักอยู่
วัสดุอุปกรณ์ในการทำระเบิดนั้น เป็นสิ่งที่ต้อง “ซุกซ่อน” ไม่ให้คนทั่วไปพบเห็น เพราะนอกจากผิดกฎหมายแล้ว มันยังเปิดเผยสภาพของตัวมันเองด้วย จึงไม่แปลกใจที่คนกลุ่มนี้เช่าห้องเพื่อเก็บวัสดุอุปกรณ์การทำระเบิดไว้โดยเฉพาะ คำถามคือ พวกนี้เอาระเบิดมาซ่อนไว้ตั้งแต่เช่าห้องเมื่อต้นปี 2557 หรือเพิ่งเอามาซ่อนเมื่อเดือน ก.ค. 2558 เพราะหากเอามาซ่อนก่อน แสดงว่าผู้ก่อเหตุเตรียมวางระเบิดมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งอาจไม่เกี่ยวข้องกับคดีอุยกูร์ เพราะไทยเพิ่งส่งอุยกูร์กลับเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ถ้าเพิ่งลักลอบนำเข้ามาในเดือน ก.ค. 2558 แสดงว่าอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบโต้รัฐบาลก็ได้ และอาจทำอีกในครั้งต่อไปเพราะยังมีอุปกรณ์หลงเหลือที่สามารถทำระเบิดได้อีกหลายลูก
นอกจากพบอุปกรณ์และวัสดุทำระเบิดแล้ว ยังพบหนังสือเดินทางเปล่าอีกหลายร้อยเล่ม ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม โดยหน้าปกมีสัญลักษณ์ซึ่งน่าจะเป็นหนังสือเดินทางของประเทศตุรกี หากเป็นเช่นนี้จริง ลูกค้าก็น่าจะเป็นชาวอุยกูร์ ทำให้สงสัยว่าคนในกลุ่มนี้ทำธุรกิจผิดกฎหมายทั้ง “การลักลอบนำคนไปประเทศที่ 3” และเป็น “กลุ่มก่อการร้าย” ไปพร้อมกันเช่นนั้นหรือ ซึ่งที่ผ่านมาแทบจะไม่มีเคสแบบนี้เลย
“การลักลอบส่งคนไปประเทศที่ 3” (Human Smuggling) กับ “การค้ามนุษย์” (Human Trafficking) นั้นไม่เหมือนกัน แม้ว่าเป็นธุรกิจผิดกฎหมายซึ่งถือว่าเป็น “อาชญากรรมข้ามชาติ ”เหมือนกันก็ตาม เพราะการค้ามนุษย์ก็คือการค้าทาสสมัยใหม่ เป็นการบังคับขืนใจเหยื่อให้ทำในสิ่งที่ตนเองไม่ต้องการทำ เช่น บังคับให้เป็นโสเภณี เป็นแรงงานทาสในค่ายนรก ในเรือประมง ฯลฯ ส่วนธุรกิจลักลอบส่งคนไปประเทศที่ 3 นั้นเป็นการตกลงยินยอมพร้อมใจกัน ลูกค้าเป็นคนจ่ายเงินในขณะที่อีกฝ่ายรับที่จะนำคนเหล่านี้ลักลอบไปประเทศที่ 3 ได้ โดยจัดหาเอกสารประกอบการเดินทางให้เรียบร้อย ส่วน “การก่อการร้ายระหว่างประเทศ” นั้น เป็นอีกประเภทหนึ่งแยกออกมา บ่อยครั้งที่กลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศไปใช้บริการจัดหาเอกสารปลอมจากกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อลักลอบเดินทางเข้าออกประเทศเป้าหมายการโจมตี ไม่ค่อยปรากฏว่าขบวนการลักลอบส่งคนไปประเทศที่ 3 กับกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศจะเป็นกลุ่มเดียวกันแบบนี้
ครั้งหนึ่งประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการทำเอกสารปลอมที่เก่งที่สุดในโลก สามารถปลอมหนังสือเดินทาง วีซ่า ของทุกประเทศได้เหมือนหรือใกล้เคียงของจริงมากที่สุด จนประเทศเจ้าของเอกสารปวดหัว ขบวนการผิดกฎหมายที่ไหนอยากจะทำหนังสือเดินทางปลอม วีซ่าปลอม ต้องส่งมาที่เมืองไทย เคยปรากฏว่ามีการส่งพาสปอร์ตต่างประเทศทั้งของจริงที่ขโมยมาและของปลอมที่ต้องการประทับวีซ่าประเทศต่างๆ มาไทยเดือนละหลายสิบเล่มจากกลุ่มผิดกฎหมายประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่เวลานี้มีข่าวว่ามาเลเซียแย่งแชมป์จากไทยไปแล้ว เพราะชาวมุสลิมที่ต้องการเดินทางไปประเทศที่ 3 นิยมไปแวะพักที่มาเลเซียเพื่อทำเอกสารปลอมก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศจุดหมายปลายทาง ขบวนการทำเอกสารปลอมในมาเลเซียจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว
หนังสือเดินทางปลอมที่ยึดได้จากพูนอนันต์ อพาร์ทเม้นท์ น่าจะเป็นของขบวนการที่จัดทำให้กับชาวอุยกูร์จากจีนที่ต้องการเดินทางต่อไปยังประเทศตุรกี เพราะปรากฏว่าชาวอุยกูร์จำนวนมากที่เดินทางมาไทยสามารถได้เอกสารที่ทำให้ตนเองเป็นชาวตุรกี และเดินทางไปตั้งหลักแหล่งในตุรกีอย่างสบาย เป็นเรื่องแปลกที่กลุ่มทำหนังสือเดินทางปลอมกับการประกอบระเบิดอยู่ด้วยกันซึ่งถือว่าเสี่ยงมาก เพราะหากถูกจับเรื่องเอกสารปลอมอาจโยงใยนำไปสู่การค้นพบเครือข่ายการก่อการร้ายได้
คำถามที่คาใจอยู่จนถึงขณะนี้ที่ยังหาคำตอบไม่ได้ คือ อะไรคือมูลเหตุจูงใจให้เขาวางระเบิดจนทำให้คนบริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายเป็นร้อยคนเช่นนั้น เขาโกรธแค้นอะไรกันหนักหนา เขาโกรธที่ทางการไทยส่งชาวอุยกูร์กลับจีนและกระทบต่อธุรกิจการจัดส่งชาวอุยกูร์ไปตุรกีอย่างนั้นหรือ เหตุผลแค่นี้เพียงพอที่ถึงกับวางระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงทำให้คนบริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเชียวหรือ เขาอาจคิดอย่างนั้นก็ได้ เพราะวิธีคิดของกลุ่มหัวรุนแรงกับของคนไทยไม่เหมือนกัน หรือคนพวกนี้รับจ๊อบมาจากใครอีกที
คนไทยต้องตื่นตัวมากขึ้นในการเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง







