
เร่งสอบฟอกเงินคดีกรุงไทย
ดีเอสไอลุยสอบฟอกเงินคดีปล่อยกู้กรุงไทยขีดเส้น 1 เดือนแจ้งข้อหา
ดีเอสไอลุยสอบฟอกเงินคดีปล่อยกู้กรุงไทยขีดเส้น 1 เดือนแจ้งข้อหา
นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า คดีการปล่อยกู้เงินของธนาคารกรุงไทยให้กับบริษัท กฤษดามหานคร นั้น ทางดีเอสไอรับคดีไว้สอบสวนเฉพาะประเด็นความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินที่ได้มาจากการอนุมัติปล่อยกู้เท่านั้น ไม่ได้รับสอบสวนในข้อหารับของโจร ซึ่งขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างขอคัดสำเนาคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี
“โดยจะมีการเชื่อมโยงและขยายผลถึงผู้ที่นำเงินจากการปล่อยกู้ไปใช้ประโยชน์ โดยในวันที่ 7 ก.ย. จะมีการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว และคาดว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิดได้ภายใน 1 เดือน” นางสุวณา ระบุ
ด้าน นายวินัย ดํารงค์มงคลกุล ผู้ตรวจการอัยการ สํานักงานอัยการสูงสุด ได้แถลงชี้แจงกรณีไม่สั่งฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร นางกาญจนาภา หงษ์เหิน นายวันชัย หงษ์เหิน และนายมานพ ทิวารี ข้อหาฐานรับของโจรในคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้โดยมิชอบว่า คตส.ได้ขอให้ดำเนินคดี นายพานทองแท้ กับพวก ในความผิดฐานรับของโจรด้วย แต่อัยการสูงสุดเห็นว่าการจะดำเนินคดีฐานรับของโจร จะต้องเป็นการกระทำความผิดหลังผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 27 คน มีข้อยุติเรื่องความผิดก่อน
นอกจากนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงต้องแยกฟ้องต่อศาลอาญา และคดีไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรืออัยการสูงสุดที่จะพิจารณา แต่เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนดีเอสไอที่จะต้องดำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม ความผิดฐานรับของโจรมีอายุความ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีการกระทำผิด ซึ่งคดีนี้พบการกระทำผิดเมื่อช่วงปี 2547 แต่ต้องพิจารณารายละเอียดจากดีเอสไอว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ จึงจะสามารถระบุได้ว่าคดีดังกล่าวขาดอายุความหรือไม่อย่างไร







