
แด่...ปั่นเพื่อแม่
โดย...น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร ร.น. นักประสานและบริหารจัดการ
โดย...น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร ร.น. นักประสานและบริหารจัดการ
bike for MOM กิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา ด้วยเส้นทางประวัติศาสตร์พร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เราๆ ท่านๆ ลองย้อนถามตัวเองเช่นว่า จักรยานคันแรกของเรามีหน้าตาอย่างไร ตอนขี่แล้วล้ม เจ็บแค่ไหน หรือเราปั่นจักรยานครั้งหลังสุดเมื่อไหร่ จนถึงวันนี้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนไทย ทำให้ประเทศไทยเราได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ด้วยสถิติยอดรวมนักปั่นมากที่สุดในโลก 136,411 คน อันเป็นความยิ่งใหญ่ที่เกิดจากฝีมือคนไทยล้วนๆ
ในวันนั้นผมได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศและกลิ่นอายของการปั่น ปั่น แล้วก็ปั่น หลายคนได้เห็นจักรยานหลายแบบไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ จะปั่นใกล้หรือไกลแค่ไหนไม่สำคัญ มีคุณลุงคนหนึ่งใช้จักรยานค่อนข้างเก่าและไม่มีเบรก ผมถามว่าแล้วจะเบรกยังไง ลุงตอบว่าใช้รองเท้าแตะไปกับพื้นถนนก็เบรกได้แล้ว โดยตั้งใจจะปั่นจนถึง 43 กม.ด้วย เห็นกลุ่มจักรยานพ่อแม่ลูกอีกหลายครอบครัว อาแป๊ะ อาม่า มากันหลายคน และยังมีผู้พิการที่เท้ายังปั่นอยู่ข้างหน้าผมอีกด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพจริงส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้น ยังมีพี่น้องประชาชนที่ยืนรอให้กำลังใจกับเหล่านักปั่นทุกคนช่วยกันส่งเสียงเชียร์ ฮาเฮกันสุดเสียง ปรบมือต้อนรับพร้อมแจกรอยยิ้มและแววตาให้กำลังใจ การรอถ่ายรูปจากโทรศัพท์มือถือมีให้เห็นตลอดทาง นับเป็นช่วงเวลาที่ช่วยกันสร้างและแบ่งปันความสุขระหว่างคนที่ปั่นจักรยาน ประชาชนตลอดเส้นทาง และคนไทยทั้งประเทศ
การบริหารจัดการกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการจัดครั้งแรกที่มีความสมบูรณ์แบบมากทีเดียว แต่มีจุดที่ควรพิจารณาเติมเต็มเล็กน้อย 2 เรื่อง คือ วันที่นัดหมายให้ผู้ที่ลงทะเบียนปั่นจักรยานทั้ง 4 หมื่นคน ใน กทม.มารับเสื้อและเข็มกลัดพระราชทานนั้น แม้จะกำหนดไว้ 2 วัน แต่ในความเป็นจริง นักปั่นทุกคนก็มากันตั้งแต่วันแรก มาแต่เช้าตรู่และอัดแน่นอยู่หน้าประตูทางเข้าหน้าสนามกีฬากองทัพบกก่อนเวลาหลายชั่วโมง หลายคนมารอตั้งแต่ตี 4 เรื่อยมาจนถึง 8 โมงเช้า ยิ่งสายคนก็ยิ่งเยอะ แดดก็เริ่มร้อนทำให้หลายคนหงุดหงิด
บรรดาพี่ๆ นักปั่นเสนอว่าน่าจะแบ่งกลุ่มนักปั่นตามเลขที่ที่ลงทะเบียนให้มารับเสื้อ โดยแบ่งเป็นรอบ แจกเลขที่ให้มารับในช่วงเวลาที่กำหนด ถ้าไม่มาหรือมาไม่ทันก็สละสิทธิให้คนต่อไป จะได้ไม่ต้องมาเบียดเสียดยัดเยียดกันในพื้นที่ที่จำกัดหรือจับสลากวัดดวงกันไป อีกเรื่องคือในวันปั่นจริง เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมปั่นจักรยานจำนวนมากและหลากหลายประสบการณ์ ผู้จัดจำเป็นต้องจัดขบวนโดยมีการพักรอเป็นระยะเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ไม่สามารถปั่นได้อย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทาง หลายคนอยากปั่นแบบม้วนเดียวจบ แต่การพักเป็นระยะก็ทำให้มีคนปั่นไปได้ไกลขึ้นหลายคน ทางแก้อาจลองแบ่งกลุ่มนักปั่นให้มีความใกล้เคียงกันตามความสามารถในการปั่น เช่น กลุ่มที่ปั่นด้วยความเร็ว 15-20 กม. หรือ 20-30 กม. เป็นต้น เพื่อป้องกันการเกี่ยว เฉี่ยว ชนแล้วลื่นไถล
ลองมาช่วยกันคิดและต่อยอดเพื่อไม่ให้จบแค่นี้ เพราะยากมากกว่าจะมาถึงวันที่การปั่นจักรยานกลายเป็นการออกกำลังกายที่นิยมและชื่นชอบกันในวงกว้างได้ขนาดนี้ แต่จุดหมายในฝันคือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้การขี่จักรยานกลายเป็นการปั่นใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง เวลาเราไปต่างจังหวัดหรือไปเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้าน เรายังเห็นเด็กนักเรียนขี่จักรยานกันเป็นแถวยาวเพื่อไปโรงเรียน เด็กๆ ได้ออกกำลังกายไปในตัว นี่คือประโยชน์และความงดงามของชีวิตประจำวัน
แต่ภาพเช่นนี้ไม่มีให้เห็นบนถนนในตัวเมืองหรือในกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยรถส่วนตัว รถสาธารณะ ฯลฯ อุปสรรคนั้นมีอยู่หลายเรื่อง ตั้งแต่การหาพื้นที่ขยายทางทำเป็นเลนจักรยานได้ยาก ที่มีอยู่บ้างเป็นเพียงเส้นทางการปั่นเพื่อการท่องเที่ยวมากกว่า การขาดงบประมาณในการทำเลนจักรยาน ปัญหาผู้ใช้รถและถนนที่ไม่มีวินัยจราจร ขาดเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเทศกิจในการดูแลความปลอดภัยในเส้นทางของนักปั่น ทั้งหมดนี้นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก
ทางออกของปัญหานี้ ถ้าภาครัฐมีนโยบายที่จริงจังให้คนไทยขี่จักรยานมากขึ้น ต้องสร้างบรรยากาศหรือสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการขี่จักรยานด้วย ประเด็นแรกสุด ต้องทำให้เห็นว่า การมีเลนจักรยานกับการไม่มีนั้น จะมีผลแตกต่างกันอย่างไร กลุ่มคนที่ขี่จักรยานต้องช่วยตรงนี้ เพราะตอนนี้คนทั่วไปยังเห็นความสำคัญน้อยอยู่ การแยกระหว่างทางรถยนต์กับจักรยานจะเป็นผลดีของทุกฝ่าย อ้อ! อย่าลืมปรับเปลี่ยนฝาตะแกรงท่อระบายน้ำให้เป็นแนวขวางกับล้อจักรยานด้วยนะ
นอกจากนี้ อาจต้องกำหนดว่าถนนหรือฟุตปาท ทางเท้า เส้นใดปั่นจักรยานได้ หรือช่วงใดต้องนำลงมาเข็น เพราะเป็นเส้นทางที่มีคนเดินหนาแน่น อันจะเป็นการเคารพสิทธิของคนเดินเท้าและยังเป็นมารยาทที่ดีอีกด้วย
การอำนวยความสะดวกอื่นๆ ได้แก่ ที่จอดจักรยาน ควรมีระบบล็อกและเก็บเงิน โดยเมื่อเราเข็นจักรยานเข้าไปเสียบกับที่ล็อก ตัวล็อกก็จะยึดล้อไว้ เมื่อจะเอาออกก็ต้องพิมพ์รหัสที่เครื่อง ซึ่งถ้าจอดไม่นานก็จอดฟรี ถ้านานก็เสียเงินเล็กน้อย หรือจะคล้องล้อด้วยสายล็อกเพิ่มอีกชั้นหนึ่งก็ได้
ทั้งหมดนี้มีบ้างแล้ว แต่ยังน้อยอยู่และต้องทำเพิ่มบนพื้นฐานของการมีน้ำใจที่เอื้อเฟื้อแก่กัน ให้เกียรติ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เปิดใจให้กว้าง บางทีจะทำให้เรารู้ว่าที่ยังทำไม่ได้นั้น เป็นเพราะปัญหามันยากหรือทำไม่เป็นกันแน่ ...ครับ







