posttoday
กฎหมายการจดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศอาเซียน

กฎหมายการจดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศอาเซียน

19 สิงหาคม 2558

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

กำลังนั่งเขียนบทความสำหรับสัปดาห์หน้าอยู่พอดี โดยเป็นการเขียนต่อจากที่จะลงในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเป็นเรื่องการจดสิทธิบัตรในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยสรุปเป็นประเด็นสำคัญๆ เช่นเดียวกับที่เคยเขียนเรื่องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพคร่าวๆ ว่า หากเป็น AEC (ASEAN Economic Community) ในปลายปีนี้แล้ว และผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นการประดิษฐ์หรือการออกแบบควรจะทำอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะหากจะมีการผลิตและส่งออกไปขายในกลุ่มประเทศอาเซียน ก็ควรจะมีการจดสิทธิบัตรเสียก่อน เพราะตามหลักการที่สำคัญคือ จดที่ไหนคุ้มครองที่นั่น

อย่างไรก็ตาม ข่าวครึกโครมที่เกิดขึ้นเมื่อทุ่มวันจันทร์ที่ 17 ส.ค.ศกนี้ ทำให้รู้สึกเศร้าใจจนอดไม่ได้ที่จะขอร่วมประณามผู้ที่ทำเรื่องนี้ เพราะถือว่ามีความเหี้ยมโหดและมุ่งหวังที่จะเอาชีวิตคนจำนวนมากจริงๆ เนื่องจากเวลาที่วางระเบิดเป็นเวลาที่คนจำนวนมากจะไปสักการะท่านท้าวมหาพรหม และเป็นช่วงที่มีผู้คนสัญจรกันในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือมุ่งหวังที่จะทำลายความสุขของคนไทยลงโดยสิ้นเชิง เมื่อวันอาทิตย์คนไทยเป็นแสนๆ คนนั่งเฝ้าอยู่หน้าจอโทรทัศน์ดูรายการถ่ายทอดสด “Bike for Mom” ดูด้วยความสุขและความชื่นชม เป็นเหตุการณ์ที่คนไทยรวมตัวกันโดยไม่มีเกี่ยงงอนว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ให้ทุกคนมีความสุขจริงๆ วันนี้จึงมีพวกโรคจิตที่ทนเห็นคนไทยมีความสุขไม่ได้ นอกจากจะทำลายความสุขของคนไทยแล้ว ยังจงใจทำลายเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของคนประเทศไทยด้วย

ที่จริงทั้ง DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ IT น่าจะตามหาต้นตอที่ปล่อยข่าวก่อกวนโดยทันที ทั้งเรื่องจุดอันตราย 10 จุด การปิดโรงเรียน ปิดธนาคาร ฯลฯ ก็น่าจะทราบกระบวนการนี้ได้ และน่าที่คนไทยทั้งหลายช่วยกันประณามการกระทำและบุคคลกลุ่มนี้

ตอนนี้ขอแทรกไว้แค่นี้ก่อนและขอกลับมาเข้าเรื่องที่ได้เขียนไว้ดีกว่า โดยหลักใหญ่ๆ ที่อาเซียนยึดถือในเรื่องสิทธิบัตรนั้นเหมือนกันหมด คือ การจะจดทะเบียนสิทธิบัตรได้จะต้องเข้าหลักเกณฑ์ 3 ประการข้างล่างนี้

1.เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ (Novelty) มีหลายครั้งที่นักประดิษฐ์ของไทยไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ แม้จะคิดประดิษฐ์ขึ้นเอง แต่เนื่องจากไม่ได้ตรวจดูก่อนว่าในโลกมีคนอื่นเขาทำกันหรือยัง หรือบางครั้งประดิษฐ์จนนำไปขายแล้ว ถูกลอกเลียนแบบจึงคิดจะจดสิทธิบัตร เป็นต้น

2.เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น (Inventive Step) ซึ่งผู้ที่อยู่ในอาชีพนั้นๆ เท่านั้นจะทราบได้

3.เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้

สำหรับอายุการคุ้มครองนั้นก็ค่อนข้างจะเหมือนๆ กัน ได้แก่ สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีอายุการคุ้มครอง 20 ปี แต่ถ้าเป็นสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีอายุการคุ้มครอง 10 ปี และอนุสิทธิบัตร มีอายุการคุ้มครอง6 – 10 ปี

ส่วนประเด็นที่จะมีความแตกต่างที่สำคัญ คือ เรื่องของระบบการให้ความคุ้มครอง เช่น ประเทศบรูไน ใช้ระบบ First–to–file คือ ผู้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรก่อนมีสิทธิดีกว่า นอกจากนี้ในกรณีของบรูไนการยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรเป็นระบบการประเมินด้วยตนเอง (Self assessing system) และใช้ระบบการตรวจสอบความถูกต้องของคำขอเบื้องต้น (Formality–Based) และจ้างสำนักงานสิทธิบัตรในต่างประเทศให้ดำเนินการตรวจสอบ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบรูไนไม่มีผู้ตรวจสอบเพียงพอ

ส่วนประเทศอื่นๆ ยกเว้น สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นระบบการจดทะเบียน กล่าวคือ ต้องมีการจดทะเบียนเท่านั้นจึงจะได้รับความคุ้มครอง ถึงแม้ว่ากรณีของประเทศไทย การที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรไว้ก็สามารถผลิตและขายได้ แต่ก็เป็นประเด็นเรื่องของความใหม่ที่ยังถือว่าเป็นความใหม่ได้ ถึงแม้จะมีการผลิตและขายในตลาดแล้วหากมีการยื่นขอก่อนและได้รับหลักฐานไว้แล้ว เพราะการจดทะเบียนสิทธิบัตรนั้นใช้เวลาหลายปี หากมัวแต่รอให้ได้รับการจดสิทธิบัตรก่อน เทคโนโลยีที่ผลิตอาจล้าสมัยไปแล้วก็ได้ ทั้งนี้ในกรณีของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมานั้น พระราชบัญญัติสิทธิบัตรและการออกแบบผลิตภัณฑ์ พ.ศ. 2489 ไม่มีผลใช้บังคับ จึงยังไม่มีการรับจดทะเบียนสิทธิบัตร ทั้งสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69