posttoday
เปิดคัมภีร์เสี้ยวลิ้มยี่ วาระปฏิรูปประเทศ

เปิดคัมภีร์เสี้ยวลิ้มยี่ วาระปฏิรูปประเทศ

17 สิงหาคม 2558

เป็นเวลา 10 เดือน ในการทำงาน สปช.ได้เสร็จสิ้นภารกิจอย่างสมบูรณ์ ก่อนส่งไม้ต่อ 37 วาระการปฏิรูป

โดย...ชัยรัตน์ ไตรพัชรรัตน์

อีกไม่กี่อึดใจก็จะสิ้นสุดการทำงานของเหล่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ภายหลังเดินหน้าศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ เพื่อให้เกิดการปฏิรูป 11 ด้าน ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 มาตรา 27 ก่อนนำไปสู่เป้าหมาย 6 ประการ

เป็นเวลา 10 เดือน ในการทำงาน สปช.ได้เสร็จสิ้นภารกิจอย่างสมบูรณ์ ก่อนส่งไม้ต่อ 37 วาระการปฏิรูปให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้เป็น "คัมภีร์เสี้ยวลิ้มยี่" หรือเข็มทิศเดินหน้าประเทศไทยต่อไปจากนี้ หลัง สปช.ทั้งหมดต้องยุติบทบาทลง

ทั้งนี้ การปฏิรูป 37 วาระ ที่น่าสนใจ อาทิ การเข้าสู่อำนาจ/ระบบพรรคการเมือง เน้นการปฏิรูปพรรคการเมืองไม่ให้เป็นของนายทุน เพราะการเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคน อีกทั้งยังเกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์ต่างๆ ในสังคม ซึ่งการเมืองในระบบประชาธิปไตยเป็นระบบให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนในรัฐเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากที่สุด

นอกจากนี้ คัดเลือกคนดีเข้าสู่สภา เพราะการเลือกผู้สมัคร สส.ของพรรคการเมืองนั้น มักถูกครอบงำและคัดเลือกโดยหัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคเพียงไม่กี่คน ทำให้ได้ผู้สมัครที่อาจไม่ตรงกับความต้องการของสมาชิกพรรค หรือประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งระบบอุปถัมภ์ทั้งทางตรงและอ้อมเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม จึงควรปฏิรูปทั้งระบบองค์รวมในการนำคนดีเข้าสภา ตั้งแต่การเลือกตั้งให้ยึดโยงกับประชาชนและสมาชิกพรรคการเมือง ปฏิรูปพรรคให้เป็นของประชาชน ปรับปรุงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เป็นองค์กรจัดการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างความแข็งแกร่งให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางด้านการเมือง

การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ ที่ผ่านมาการพัฒนาประเทศขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากนโยบายรัฐบาลส่วนใหญ่จะคำนึงถึงแต่ประโยชน์เฉพาะในช่วงสมัยรัฐบาลนั้นๆ มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนโยบายการพัฒนามักเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ ประเทศมีแผนพัฒนาและยุทธศาสตร์หลากหลาย และกระจายไปตามแต่ละกระทรวง ขณะเดียวกันการจัดสรรและใช้งบประมาณ เพื่อพัฒนาประเทศเป็นการดำเนินการแบบแยกส่วน โดยงบประมาณส่วนราชการได้รับการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ ประกอบกับการลงทุนเพื่อการพัฒนาขาดความต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปกระบวนการพัฒนาประเทศและการบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยการตั้งองค์กรระดับชาติที่เป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง เพื่อเป็นกลไกทำงานให้ประเทศอย่างน้อย 20 ปี รวมถึงสะท้อนความต้องการประชาชนและประเทศชาติ

นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญในด้านต่างๆ อาทิ ความมั่นคงทางทหาร การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ การเกษตร การอุตสาหกรรม การเงิน การคลัง และงบประมาณ

การปฏิรูประบบงบประมาณ จุดเน้นสำคัญคือ การทำให้ระบบงบประมาณเป็นกระบวนการที่เปิดเผยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มอำนาจให้กับพลเมืองในเรื่องจัดการตัวเองได้โดยตรงมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดลำดับความสำคัญแผนงานโครงการ เพื่อแก้ปัญหาตามความต้องการประชาชน

นอกจากนี้ จะทำให้ภาคประชาชนสามารถตรวจสอบพฤติกรรมของนักการเมืองทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นได้มากขึ้น เนื่องจากความรู้สึกได้เป็นเจ้าของงบประมาณที่ลงมาสู่การพัฒนาพื้นที่ของตนสูงขึ้น อีกทั้งประเด็นสำคัญต้องคำนึงความเป็นรัฐเดี่ยวของไทยที่ต้องมีทิศทางการพัฒนา ซึ่งถูกกำกับด้วยยุทธศาสตร์ชาติร่วมกันจากส่วนกลาง

“แม้จะมีการเปิดการมีส่วนร่วมที่กว้างขวางในพื้นที่ แต่การจัดทำงบประมาณตามพื้นที่ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายรัฐบาลที่กำหนดจากส่วนกลางด้วย”

การป้องกันทุจริต ซึ่งมีเนื้อหาสาระสำคัญ เนื่องด้วยเรื่องคอร์รัปชั่นถือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ และจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะการทุจริตสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นมูลค่ามหาศาล ซึ่งแนวคิดในการปฏิรูปเรื่องนี้จะเน้นใน 3 แนวทาง

1.สร้างจิตสำนึกที่ตัวบุคคลในแต่ละกลุ่มให้นึกถึงผลเสียหายจากการทุจริตคอร์รัปชั่น 2.สร้างเครือข่ายและกลไกเชิงสถาบันเพื่อสร้างความเข้มแข็งของ “คน” และ 3.สร้างพลังคุณธรรมเพื่อขับเคลื่อนสังคมในภาพใหญ่ เพื่อเป็นกลไกเฝ้าตรวจสอบ

ตามด้วย 7 กลุ่มเป้าหมายหลัก 1.เด็กและเยาวชนในช่วงทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนเรื่อยไปจนถึงอุดมศึกษา รวมทั้งกลุ่มที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา 2.ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ 3.นักการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพรรคการเมือง 4.ธุรกิจเอกชน 5.สื่อมวลชน 6.ประชาสังคม และ 7.ประชาชนทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์การป้องกันเน้นการปฏิรูปด้วยการเสริมสร้างธรรมาภิบาล เพื่อเป็นการสร้างระบบภูมิต้านทานเรื่องดังกล่าวให้กับสังคม เช่น ภาคการเมือง ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาสังคม

การเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการบริหารงานแห่งรัฐ สำหรับประเทศไทยยังคงมีความอ่อนด้อยในประสิทธิภาพด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งผลให้เกิดภาวะถดถอยด้านความสามารถในการแข่งขันเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ หากพิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ กลไกสำคัญที่นำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคือ “ระบบราชการ” เพราะยังคงใช้ระบบดั้งเดิมขาดความทันสมัยในการบริหารจัดการ ทำให้ผลการดำเนินงานของรัฐมีประสิทธิภาพตกต่ำ

อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการดำเนินงานภาครัฐทั้งระบบให้เกิดประสิทธิภาพสูงคือ ต้องเพิ่มสมรรถนะระบบราชการไทยโดยรวม เสริมสร้างสมรรถนะองค์กรและกลไกภาครัฐที่จำเป็นต่อการแข่งขันของประเทศให้สูงขึ้น พร้อมทั้งเปิดทางสะดวกให้กลไกภาคเอกชนและภาคส่วนอื่นๆ ให้ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่ง

การปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เสนอให้กฎหมายเพื่อตั้งองค์กรเข้ามาส่งเสริมในเรื่องดังกล่าวร่วมกับภาคประชาสัมคมในรูปแบบ “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ”

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่