posttoday
อย่าหลักลอย

อย่าหลักลอย

11 สิงหาคม 2558

ไม่น่าเชื่อว่าการพิจารณาถอดยศอดีตนายตำรวจคนเดียว ใช้เวลาลากยาวเป็นมหากาพย์ไม่จบสิ้นมาหลายรัฐบาล แต่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยึดมั่นในกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เที่ยงธรรม ก็ไม่น่ายืดเยื้อเป็นข้อถกเถียงจนถึงวันนี้

ไม่น่าเชื่อว่าการพิจารณาถอดยศอดีตนายตำรวจคนเดียว ใช้เวลาลากยาวเป็นมหากาพย์ไม่จบสิ้นมาหลายรัฐบาล แต่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยึดมั่นในกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เที่ยงธรรม ก็ไม่น่ายืดเยื้อเป็นข้อถกเถียงจนถึงวันนี้

หากไม่ติดขัดอะไร การพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้ข้อยุติในวันนี้ว่าจะถอดได้หรือไม่ หลังจากนายกรัฐมนตรีโอนเรื่องการถอดยศจากที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สตช. ที่ไม่มีความคืบหน้ามาหลายเดือน ไปให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นเจ้าภาพชี้ขาดเรื่องนี้แทน

อย่างไรก็ตาม หากติดตามคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 ส.ค. น่าจะเห็นทิศทางว่า คงไม่สามารถถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ เนื่องจากผู้ที่เข้าข่ายถอดยศต้องกระทำความผิดในสมัยที่รับราชการเป็นตำรวจเท่านั้น ซึ่งคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นความผิดในสมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ตัดสินจำคุก 2 ปี

เงื่อนไขที่นำมาอ้างกล่าว อาจเปิดช่องให้กระทรวงยุติธรรมให้เหตุผลในวันนี้ว่า ไม่สามารถถอดยศได้ ทั้งที่รัฐบาลนี้โดย สตช. แสดงความกล้าหาญนำเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ มาพิจารณาอีกครั้ง หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ที่เกาหลีใต้กระทบความมั่นคง จนมีข้อสรุปต่อมาจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่มี พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เป็นประธานว่า ความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าข่ายถูกถอดยศ

ความจริงแล้วกฎหมายเขียนไว้ชัดเงื่อนไขหรือองค์ประกอบใดเข้าข่ายถอดยศ จึงไม่ต้องถกเถียงหรือใช้เวลาพิจารณายาวนานอย่างที่เกิดขึ้น

ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ระบุเหตุผลองค์ประกอบความผิดที่ไม่สมควรดำรงอยู่ในยศตำรวจต่อไปไว้ 7 ข้อ ในรายของ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในข้อที่ 2 ที่ว่า “ต้องคำพิพากษาศาลถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท”

หากเป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ผู้ที่เข้าข่ายถอดยศจะต้องกระทำความผิดในขณะเป็นตำรวจก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากระเบียบดังกล่าวเขียนไว้ชัดว่า บังคับใช้กับผู้ที่ดำรงอยู่ใน “ยศตำรวจ”

นอกจากนี้ยังระบุว่า หากผู้ใดประพฤติหรือวางตนให้เหมาะสมแก่เกียรติไม่ได้ ก็ไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศตำรวจต่อไป และการเสนอขอถอดยศตำรวจทั้งแก่ผู้ที่อยู่ในราชการตำรวจ และที่พ้นจากราชการตำรวจไปแล้ว ให้กระทำได้เมื่อมีเหตุผลอย่างหนึ่งอย่างใด 7 ข้อ ดังที่ได้กล่าวมา

เมื่อหลักเกณฑ์การถอดยศเขียนแนวทางไว้ชัดเจนจึงไม่ใช่เรื่องยาก ดังนั้นอย่าให้กฎหมายเลื่อนไหลไปตามคน หรือความรู้สึกส่วนบุคคล มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาสองมาตรฐาน ทำให้หลักการผิดเพี้ยน กฎหมายจะไม่มีความหมาย เหลือแค่ตัวอักษรที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์

ข่าวล่าสุด

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์