posttoday
เงินวัดมีอะไรมากกว่าที่คิด

เงินวัดมีอะไรมากกว่าที่คิด

09 สิงหาคม 2558

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

ผมอ่านหนังสือเรื่อง Pagan : The Origins of Modern Burma ได้แง่คิดเรื่องหนึ่งน่าสนใจ ผู้เขียนคือ Michael Aung-Thwin บอกว่า อาณาจักรพุกามมีระบบเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู เพราะโครงการเมกะโปรเจกต์ต่อเนื่อง คือ สร้างวัดกันไม่หยุดไม่หย่อน ในพื้นที่ 1,000 ตร.กม. มีวัดประมาณ 4,000 วัด ตอนนี้เหลือหลักร้อย แต่ก็ยังมากมายไม่น่าเชื่อ

วิธีคิดของคนพุกาม ก็คือ เมื่อรวยจะเอาเงินไปฝากกับพระศาสนา คือสร้างวัดสร้างเจดีย์ เก็บเกี่ยวผลกำไรจากกุศลในชาติหน้า และความอิ่มบุญในชาตินี้ หากมองในพลวัตทางเศรษฐกิจ คือ เมื่อชาวพุกามทำเกษตรได้ดี ส่วนหนึ่งจ่ายส่วยให้รัฐ ส่วนที่เหลือไปทำบุญ หากรวยหน่อยก็สร้างวัด การสร้างวัดต้องจ้างแรงงาน ทำให้สังคมเกิดการผลิตต่อเนื่อง ส่วนรัฐเองพอได้ส่วยก็เอามาสร้างวัดอีก ในสเกลที่ใหญ่กว่า

นี่คือการออมผ่านวัด และเก็บผลกำไรผ่านบุญ คนที่คิดอย่างนี้ต้องเชื่อในโลกหน้า ถ้าไม่เชื่อคงไม่ทำบุญอยู่แล้ว นอกจากจะเป็นการผลักดันเศรษฐกิจ ยังช่วยพัฒนาสังคม เพราะวัดจะมาพร้อมกับทางสัญจร แหล่งน้ำ โรงทาน โรงเรียน

ผู้เขียนชี้ว่า แม้แต่คนพม่าสมัยนี้ก็คิดแบบบรรพบุรุษ คือขณะที่ฝรั่งเห็นว่าผลกำไรชีวิตคือเงินคือวัตถุ แต่คนพม่าเห็นว่าคือบุญกุศล มีเท่าไหร่ทุ่มให้ศาสนาแบบไม่อั้น เศรษฐกิจพม่าที่ถูกคว่ำบาตร ถูกปิดกั้นแต่ยังขับเคลื่อนได้เพราะเงินกุศลเหล่านี้

ศาสตราจารย์ Robert Thurman ผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนาแห่ง Columbia University ท่านว่า จริงๆ แล้วสังคมที่ทำบุญเยอะๆ เป็นสังคมที่มั่งคั่ง เพราะแสดงว่ามีผลผลิตส่วนเกิน (Surplus) มาปรนเปรอให้ศาสนา ซึ่งหมายความว่าไม่อดไม่อยาก แถมยังเหลือมาลงทุนหวัง “กำไรที่มองไม่เห็น” อีกต่างหาก - จำได้เลาๆ ว่า ท่านหมายถึงสังคมไทยด้วย

ตามหลักเศรษฐศาสตร์ รัฐเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุด หากเศรษฐกิจชะลอตัว รัฐจะต้องทุ่มเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่บางครั้งรัฐก็บ่อจี๊ ทำให้เศรษฐกิจมีแต่สาละวันเตี้ยลงอย่างไร้ความหวัง เมืองไทยเรายังมีวัดเป็นผู้ลงทุนในโครงการต่างๆ โดยอาศัยเงินจากศรัทธา สร้างแล้ววัดก็ใช้ ชุมชนก็มีส่วนร่วม

ตัวเลขจาก ผศ.ดร.ณดา จันทร์สม แห่งนิด้า เมื่อปี 2547 พบว่า วัด 3.7 หมื่นแห่ง ในไทยมีเงินฝากประมาณ 3 แสนล้านบาท รายรับเฉลี่ยประมาณ 3.2 ล้านบาท ใช้จ่ายค่าก่อสร้าง บำรุงประมาณ 2.7 ล้านบาท เฉลี่ยแล้ววัดทั้งประเทศใช้เงินพัฒนาไป 8.6 หมื่นล้านบาท ส่วนเม็ดเงินลงทุนโดยรัฐปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านล้านบาท เฉพาะรัฐวิสาหกิจราว 2.2 แสนล้านบาท          

ดังนั้น วัดจึงเป็นตัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่เรามักไม่ค่อยรู้ตัวกัน ส่วนหนึ่งเพราะเงินกับพระเป็นอะไรที่ไม่เข้ากัน ทำให้เรามองพระที่มีเงินเยอะๆ ว่า “เสื่อม” แต่จริงๆ แล้ววัดมีค่าใช้จ่ายเยอะมาก และคนมักลืมไปว่าวัดมีสถานะเป็นองคาพยพหนึ่งของชุมชน เป็นที่รองรับเด็กด้อยโอกาส เป็นบ้านพักคนชรา เป็นที่ปล่อยหมาปล่อยแมวที่เขาไม่ต้องการ เป็นที่ยืมข้าวของเครื่องใช้ ฯลฯ

ปัญหาเรื่องวัดกับชุมชนมีมากขึ้นทุกวัน เพราะสมภารไม่ใช่คนในชุมชน พระบริหารเงินไม่ถนัด บางทีคนในชุมชนก็หิวเงินวัด และรัฐทำหน้าที่แทนวัดในหลายๆ เรื่อง รัฐก็ไม่แจงวัดว่าควรทำอย่างไร วัดก็ดื้อไม่ฟังรัฐ จนความสัมพันธ์สั่นคลอนไปหมด

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69