posttoday
เอกชนทำใจส่งออกเข็นไม่ขึ้น

เอกชนทำใจส่งออกเข็นไม่ขึ้น

07 สิงหาคม 2558

สถานการณ์การส่งออกที่อยู่ในภาวะย่ำแย่ ทำให้ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ประกาศปรับเป้าหมายการส่งออกติดลบ 3% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทยที่มีการตั้งเป้าหมายการส่งออกติดลบ และคาดว่ามูลค่าส่งออกในปีนี้จะหายไป 6,826 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2.3 แสนล้านบาท

สถานการณ์การส่งออกที่อยู่ในภาวะย่ำแย่ ทำให้ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ประกาศปรับเป้าหมายการส่งออกติดลบ 3% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทยที่มีการตั้งเป้าหมายการส่งออกติดลบ และคาดว่ามูลค่าส่งออกในปีนี้จะหายไป 6,826 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2.3 แสนล้านบาท

สมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ระบุสาเหตุที่ต้องปรับลดเป้าหมายการส่งออกปี 2558 เป็นติดลบ 3% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้ เห็นได้จากในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดสำคัญๆ มีการนำเข้าสินค้าลดลงทุกตลาด เช่น ญี่ปุ่นนำเข้าลดลง 21.2% จีนนำเข้า 21% และสหรัฐนำเข้าลดลง 3.9% ส่งผลให้การส่งออกของไทยส่วนใหญ่หดตัวลง 

“ตัวเลขติดลบ 3% น่าจะใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดแล้ว เพราะปัจจัยเสี่ยงเข้ามากระทบการส่งออกมาก และมากกว่าปี 2552 ที่การส่งออกได้รับผลกระทบวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์อีก” สมเกียรติ กล่าว

สมเกียรติ ระบุว่า แม้ว่าในแง่ปริมาณไทยไม่ได้ส่งออกสินค้าลดลง แต่ลดลงในแง่มูลค่า เช่น กลุ่มรถยนต์ที่ไทยเติบโตได้ดีและมีสัดส่วน 11% ของการส่งออกรวม แต่มูลค่าลดลง

“จากนี้ไปการส่งออกต้องทำได้ประมาณเดือนละ 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่หากได้มากกว่านี้ การส่งออกก็จะติดลบน้อยลง หรือหากน้อยกว่านี้ก็จะติดลบเพิ่มขึ้น” สมเกียรติ กล่าว

อภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ ระบุว่า จะรายงานให้ ครม.รับทราบสาเหตุการลดเป้าส่งออกเหลือ 3% ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ยังเชื่อว่ามีตลาดส่งออกที่จะเติบโตเป็นบวกได้ เช่น สหรัฐ อาเซียน และอินเดีย

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่ไม่ได้มีผลให้การส่งออกมากนัก เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค. ลดลงทุกรายการเป็นเดือนที่ 7 และต่ำสุดในรอบ 14 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเห็นเศรษฐกิจไทยแย่สุดในรอบ 43 เดือน นับจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และผู้บริโภครู้สึกว่ารายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งๆ ที่ร้านค้าพยายามจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม แต่เมื่อไม่มีเงิน ก็ทำให้ประชาชนมองว่าสินค้ายังแพงอยู่ดี แต่ศูนย์ฯ คาดว่าความเชื่อมั่นน่าจะใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ภาคเอกชนเตรียมพร้อมรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง เช่น การเปิดตลาดใหม่ๆ ปรับทิศทางการค้าชายแดนให้สามารถขายของได้มากขึ้น โดยเชื่อว่าคำสั่งซื้อส่วนใหญ่จะเข้ามาช่วงปลายไตรมาส 3 ของปีนี้

“ปกติคำสั่งซื้อสินค้าจะเข้ามาเยอะช่วงปลายปี แม้ปีนี้เราจะติดลบแน่นอน แต่มาร์เก็ตแชร์เราก็ไม่ได้ลดลงมากนัก และค่าเงินที่อ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมาก็ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ เพราะทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง” สุพันธุ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน