
แฉซ้ำล่าชื่อคว่ำรธน.ไม่หยุด
สปช.ศิษย์พุทธะอิสระยันกลุ่มล้มร่างรัฐธรรมนูญยังไม่หยุดเดินหน้าล่าชื่อต่อเนื่อง
สปช.ศิษย์พุทธะอิสระยันกลุ่มล้มร่างรัฐธรรมนูญยังไม่หยุดเดินหน้าล่าชื่อต่อเนื่อง
นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งเป็นศิษย์พระพุทธะอิสระ เปิดเผยว่า ล่าสุดกระบวนการล่าชื่อสมาชิก สปช.ให้ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแลกกับการเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยังมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 5 ส.ค. กลุ่มดังกล่าวได้ให้สมาชิก สปช.จังหวัดภาคเหนือตอนล่างคนหนึ่งลงนามในกระดาษเปล่าเพื่อนำชื่อไปใช้สนับสนุนการโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญแต่ถูกปฏิเสธ
“เท่าที่ทราบตอนนี้มี สปช.ลงชื่อแล้ว 100 คน ผมไม่เข้าใจ คุณวันชัย สอนศิริ สปช. ที่ออกมาพูดว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ คิดแบบนี้แสดงว่ามีอะไรอยู่ในใจหรือเปล่า หากคุณเป็นสุภาพบุรุษ ผมขอท้าว่าคุณวันชัยและสมาชิก สปช.คนไหนที่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการคืนเงินเดือนและสวัสดิการที่ได้ระหว่างเป็นสมาชิก สปช.ที่เป็นภาษีของประชาชน ซึ่งผม
ขอประกาศว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำ ผมจะคืนเงินทุกบาทให้กับประเทศ” นายสิระ กล่าว
ด้าน นายวันชัย กล่าวว่า ไม่เห็นมีสมาชิกคนไหนมาถามหรือมาแสดงความไม่สบายใจต่อการเรียกร้องให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก สปช. และขณะนี้ก็มีความพยายามเช็กเสียงทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย แต่ถึงขนาดมาล่ารายชื่อให้เซ็นชื่อนั้นไม่มี ส่วนที่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญก็แน่นอน ว่า มีเบื้องต้น 21 คนที่เป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ไม่เห็นชอบ เบื้องต้นก็มีสมาชิกของ กมธ.การเมือง และ กมธ.กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมกว่า 30 คน ส่วนกระแสก็ถือว่าตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ
“สุดท้ายก่อนการลงมติ ผมเชื่อว่าสมาชิกไม่ได้ประเมินแต่เพียงเนื้อหาร่างรัฐธรรมเท่านั้น แต่จะมีการประเมินสถานการเมืองประกอบการตัดสินใจลงมติด้วยแน่นอน” นายวันชัย กล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สปช.ต้องมีเหตุมีผลว่าการจะรับหรือไม่รับร่างนั้นเพราะเหตุใด ควรพิจารณาไปตามเนื้อผ้า หากเห็นว่าเป็นร่างที่ดีก็ควรเห็นชอบ แต่ถ้าเห็นว่ามีปัญหาสมควรต้องทำใหม่ก็ต้องทำใหม่ ไม่ควรไปเอาปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ถ้าคิดว่าถ้ารับแล้วจะเป็นอย่างนั้น ไม่รับแล้วจะเป็นอย่างนั้น เป็นเรื่องการเมือง หรือเป็นเรื่องสถานะของ คสช. หรือสถานะของตัวเอง ก็จะไม่เหมาะสม
สำหรับข้อเสนอให้ทำการปฏิรูปให้เสร็จก่อน 2 ปีแล้วถึงมีการเลือกตั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การนำประเด็นนี้ขึ้นมาอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้ เพราะสิ่งที่สังคมไทยต้องการคือ จากนี้ไปงานปฏิรูปที่จะเดินไปในรูปแบบไหน อย่างไร มากกว่าเรื่องกรอบเวลา







