
สปช.ถอนญัตติวาระปฏิรูปสลากเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
สปช.ถอนญัตติวาระปฏิรูปสลากเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมดึงเงินช่วยผู้ด้อยโอกาส หลังถูกอัดหมกเม็ดทำงานซ้ำซ้อน
สปช.ถอนญัตติวาระปฏิรูปสลากเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมดึงเงินช่วยผู้ด้อยโอกาส หลังถูกอัดหมกเม็ดทำงานซ้ำซ้อน
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ในรายงานแผนปฏิรูปวาระเพิ่มเติมเรื่อง แนวทางการปฏิรูปสลาก เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม และ ร่าง พ.ร.บ.กิจการสลากเพื่อสังคม แต่สุดท้ายนายอำพล จินดาวัฒนะ เป็นประธานฯ ได้ขอถอนญัตตินี้ออกไป
ทั้งนี้ ในการประชุมนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สปช. ได้อภิปรายไม่เห็นด้วยกับรายงานดังกล่าว แม้จะเห็นด้วยกับหลักการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ แต่เกรงว่า จะขัดหลักการของ สปช. เพราะการเสนอรายงานดังกล่าว เป็นการเสนอเรื่องใหม่ที่สอดแทรกเข้ามา เพราะก่อนหน้านี้การพิจารณารอบที่แล้วได้ข้อสรุปว่า จะรับข้อคิดเห็นของสมาชิกไปปรับปรุง แต่รอบนี้กลับมีการสอดแทรกเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ คล้ายกับ พ.ร.บ.ป่าชุมชน
อีกทั้ง ไม่ใช่หน้าที่ของ สปช. ที่จะเสนอเรื่องเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งเจตนาของ กมธ. ที่ต้องการหาเงินช่วยเหลือสังคมถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีวิธีการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การจัดตั้งบ่อนคาสิโน แล้วนำเงินรายได้ช่วยเหลือสังคม ผู้ด้อยโอกาส แต่การมีวาระซ่อนเร้น โดยการตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่นี้เป็นการปล้นเพราะเป็นการยุบองค์กรเก่า เพื่อตั้งองค์กรใหม่ อีกทั้ง คสช. ก็ได้มีคำสั่งแก้ปัญหาสลากกินแบ่งฯ เรียบร้อยแล้ว อีกทั้ง นายกฯ ยังเคยกำชับว่า สปช. อย่าทำสิ่งที่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่รัฐบาลทำ
สุดท้าย นายอำพล ชี้แจงว่า ญัตติเรื่องนี้ได้รับการเสนออย่างถูกต้องต้องตามระเบียบไม่มีการหมกเม็ด โดยอยากให้สปช.เป็นสภาปฏิรูปอย่างสร้างสรรไม่มีการใช้คำพูดเฉือดเฉือนกัน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรอบคอบจึงของถอนญัตติเรื่องนี้กลับไปพิจารณาใหม่ แต่สปช. จะหมดใกล้หมดวาระคงไม่สามารถพิจารณาได้ทันจึงขอฝากให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปผลักดันเรื่องนี้ต่อไป
จากนั้น นายเกรียงไกร ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิพาดพิงชี้แจงว่า ตัวเองไม่มีเจตนาให้ร้าย แต่ที่ใช้ถ้อยคำเปรียบเปรยนั้น เนื่องจากไม่เห็นญัตตินี้ในการพิจารณาครั้งนี้ แต่อยู่ๆ กลับโผล่มาในการพิจารณาครั้งนี้ แต่เมื่อนายอำพลชี้แจงอธิบายก็เข้าใจและต้องกราบขอโทษหมออำพล และประธาน สปช. ด้วยความจริงใจ สุดท้าย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานในที่ประชุม ได้ถามว่าที่ประชุมมีใครไม่เห็นด้วยกับการขอถอนญัตติหรือไม่ เมื่อที่ประชุมไม่มีมีใครค้านจึงถือว่าถอนญัตติออกไป
นายอำพล ชี้แจงเนื้อหาญัตตินี้ว่า เปลี่ยนการออกสลากฯ ตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ที่มุ่งแสวงหารายได้ของแผ่นดิน มาเป็นสลากเพื่อสังคม และ สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม และพลังพลเมือง โดยนำเงินจากสลากส่วนหนึ่ง มาจัดตั้งเป็นกองสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และนำเงินรางวัลที่ไม่มีผู้รับตามกฎหมายกำหนด ส่งให้เป็นรายได้ของกองทุน เพื่อจะได้นำมาส่งเสริมบทบาทของประชาชน กลุ่มภาคประชาสังคม และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ให้พึ่งตนเองได้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ป้องกันหรือลดผลกระทบจากการพนัน และช่วยลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
อีกทั้ง ยังแก้ปัญหาธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของสำนักงานสลากฯ โดยจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด ที่เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด โดยคาดว่า จะสามารถแก้ปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา การจัดโควตาในระยะยาว มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค และแก้ปัญหาการครอบงำของนักการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ และผู้มมีอิทธิพลที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่เป็นธรรม
สำหรับ เนื้อหาการปฏิรูปโครงการการบริหารจัดการสลาก ได้แยกอำนาจการกำกับไปให้ “องค์การสลากแห่งประเทศไทย” แทน ‘สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล’ และตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรมการบริหาร องค์การสลากแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกองทุนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม มีอำนาจบริหารกองทุน และให้ยกเลิกมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 เพื่อกำหนดสัดส่วนการจัดสรรรายได้ โดยนำเงินที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 15 % เป็นเงินนำส่งกองทุนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม
นอกจากนี้ การใช้เงินในกองทุนดังกล่าว ให้กำหนดว่าไม่เกิน 30% อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เช่น ด้านการคุ้มครองเด็ก กองทุนผู้สูงอายุ เป็นต้น และอีกไม่เกิน 30% ให้กองทุนอื่น ที่มีกฎหมายจัดตั้ง ใช้ในด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และไม่น้อยกว่า 40% ให้นำไปใช้ในกิจกรรมพัฒนาสังคม เช่น ป้องกันหรือแก้ปัญหาจากการพนัน และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการพนัน







