posttoday
สปช.ถอนญัตติวาระปฏิรูปสลากเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม

สปช.ถอนญัตติวาระปฏิรูปสลากเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม

05 สิงหาคม 2558

สปช.ถอนญัตติวาระปฏิรูปสลากเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมดึงเงินช่วยผู้ด้อยโอกาส หลังถูกอัดหมกเม็ดทำงานซ้ำซ้อน

สปช.ถอนญัตติวาระปฏิรูปสลากเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมดึงเงินช่วยผู้ด้อยโอกาส   หลังถูกอัดหมกเม็ดทำงานซ้ำซ้อน

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)  พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ในรายงานแผนปฏิรูปวาระเพิ่มเติมเรื่อง แนวทางการปฏิรูปสลาก เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม และ ร่าง พ.ร.บ.กิจการสลากเพื่อสังคม  แต่สุดท้าย​นายอำพล จินดาวัฒนะ เป็นประธานฯ  ได้ขอถอนญัตตินี้ออกไป

ทั้งนี้ ในการประชุมนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สปช.  ได้อภิปรายไม่เห็นด้วยกับรายงานดังกล่าว แม้จะเห็นด้วยกับหลักการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ แต่เกรงว่า จะขัดหลักการของ สปช. เพราะการเสนอรายงานดังกล่าว เป็นการเสนอเรื่องใหม่ที่สอดแทรกเข้ามา เพราะก่อนหน้านี้การพิจารณารอบที่แล้วได้ข้อสรุปว่า  จะรับข้อคิดเห็นของสมาชิกไปปรับปรุง แต่รอบนี้กลับมีการสอดแทรกเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่   คล้าย​กับ พ.ร.บ.ป่าชุมชน

อีกทั้ง ไม่ใช่หน้าที่ของ สปช. ที่จะเสนอเรื่องเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งเจตนาของ กมธ. ที่ต้องการหาเงินช่วยเหลือสังคมถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีวิธีการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การจัดตั้งบ่อนคาสิโน แล้วนำเงินรายได้ช่วยเหลือสังคม ผู้ด้อยโอกาส แต่การมีวาระซ่อนเร้น โดยการตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่นี้เป็นการปล้นเพราะเป็นการยุบองค์กรเก่า เพื่อตั้งองค์กรใหม่ อีกทั้ง คสช. ก็ได้มีคำสั่งแก้ปัญหาสลากกินแบ่งฯ  เรียบร้อยแล้ว อีกทั้ง นายกฯ ยังเคยกำชับว่า สปช. อย่าทำสิ่งที่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่รัฐบาลทำ

สุดท้าย นายอำพล  ชี้แจงว่า ญัตติเรื่องนี้ได้รับการเสนออย่างถูกต้องต้องตามระเบียบไม่มีการหมกเม็ด ​​โดยอยากให้สปช.เป็นสภาปฏิรูปอย่างสร้างสรรไม่มีการใช้คำพูดเฉือดเฉือนกัน ​​  ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรอบคอบจึงของถอนญัตติเรื่องนี้กลับไปพิจารณาใหม่ แต่สปช. จะหมดใกล้หมดวาระคงไม่สามารถพิจารณาได้ทันจึงขอฝากให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปผลักดันเรื่องนี้ต่อไป ​

จากนั้น นายเกรียงไกร ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิพาดพิงชี้แจงว่า  ตัวเองไม่มีเจตนาให้ร้าย แต่ที่ใช้ถ้อยคำเปรียบเปรยนั้น เนื่องจากไม่เห็นญัตตินี้ในการพิจารณาครั้งนี้ แต่อยู่ๆ กลับโผล่มาในการพิจารณาครั้งนี้ แต่เมื่อนายอำพลชี้แจงอธิบายก็เข้าใจและต้องกราบขอโทษหมออำพล และประธาน สปช. ด้วยความจริงใจ  สุดท้าย​ นายบวรศักดิ์  อุวรรณโณ ประธานในที่ประชุม ได้ถามว่าที่ประชุมมีใครไม่เห็นด้วยกับการขอถอนญัตติหรือไม่ เมื่อที่ประชุมไม่มีมีใครค้านจึงถือว่าถอนญัตติออกไป

นายอำพล ชี้แจงเนื้อหาญัตตินี้ว่า เปลี่ยนการออกสลากฯ ตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ที่มุ่งแสวงหารายได้ของแผ่นดิน มาเป็นสลากเพื่อสังคม และ สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม และพลังพลเมือง โดยนำเงินจากสลากส่วนหนึ่ง มาจัดตั้งเป็นกองสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และนำเงินรางวัลที่ไม่มีผู้รับตามกฎหมายกำหนด ส่งให้เป็นรายได้ของกองทุน เพื่อจะได้นำมาส่งเสริมบทบาทของประชาชน กลุ่มภาคประชาสังคม และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ให้พึ่งตนเองได้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ป้องกันหรือลดผลกระทบจากการพนัน และช่วยลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น

อีกทั้ง ยังแก้ปัญหาธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของสำนักงานสลากฯ โดยจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด ที่เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด โดยคาดว่า จะสามารถแก้ปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา การจัดโควตาในระยะยาว มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค และแก้ปัญหาการครอบงำของนักการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ และผู้มมีอิทธิพลที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่เป็นธรรม

สำหรับ เนื้อหาการปฏิรูปโครงการการบริหารจัดการสลาก ได้แยกอำนาจการกำกับไปให้ “องค์การสลากแห่งประเทศไทย” แทน ‘สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล’  และตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรมการบริหาร องค์การสลากแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกองทุนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม มีอำนาจบริหารกองทุน และให้ยกเลิกมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 เพื่อกำหนดสัดส่วนการจัดสรรรายได้ โดยนำเงินที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 15 % เป็นเงินนำส่งกองทุนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม

นอกจากนี้ การใช้เงินในกองทุนดังกล่าว ให้กำหนดว่าไม่เกิน​ 30% อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เช่น ด้านการคุ้มครองเด็ก กองทุนผู้สูงอายุ เป็นต้น และอีกไม่เกิน  30%  ให้กองทุนอื่น ที่มีกฎหมายจัดตั้ง ใช้ในด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และไม่น้อยกว่า 40% ให้นำไปใช้ในกิจกรรมพัฒนาสังคม เช่น ป้องกันหรือแก้ปัญหาจากการพนัน และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการพนัน

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี