posttoday
ยุติปัญหาการแย่งชิงน้ำ ยุติปัญหาความยากจน

ยุติปัญหาการแย่งชิงน้ำ ยุติปัญหาความยากจน

03 สิงหาคม 2558

สงครามแย่งชิงน้ำเกิดขึ้นแน่ ถ้าไม่มีการบริหารจัดการน้ำที่ดีและมีประสิทธิภาพ ภาพที่เห็นชาวบ้านออกมาทะเลาะกันเรื่องการจัดสรรน้ำมีให้เห็นหลายครั้งและจะรุนแรงมากขึ้น หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหาและจัดระบบการบริหารจัดการน้ำและกระจายน้ำอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม

สงครามแย่งชิงน้ำเกิดขึ้นแน่ ถ้าไม่มีการบริหารจัดการน้ำที่ดีและมีประสิทธิภาพ ภาพที่เห็นชาวบ้านออกมาทะเลาะกันเรื่องการจัดสรรน้ำมีให้เห็นหลายครั้งและจะรุนแรงมากขึ้น หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหาและจัดระบบการบริหารจัดการน้ำและกระจายน้ำอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม

ความรุนแรงของปัญหาจะเพิ่มขึ้น เพราะรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะตื่นตัวด้วยความตกใจเมื่อเกิดปัญหาและประชาชนเดือดร้อน ก็จะตะลุมบอนแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า พอเอาตัวรอดไปก่อน แต่พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลายก็จะกลับมาทำงานกันแบบปกติ แทนที่จะรีบศึกษาหาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาแล้วเริ่มดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วก็จะปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะเกิดปัญหาอีกครั้ง จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์และเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบทุกปี

ภัยแล้ง น้ำท่วม ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่ต้องเข้าใจและแยกแยะให้ออกว่าแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน

บางพื้นที่น้ำท่วมตามธรรมชาติเป็นประจำทุกปี อย่างนี้ไม่ควรเรียกว่าพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เพราะพื้นที่ที่น้ำท่วมประจำทุกปีส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ที่น้ำไหลผ่านตามธรรมชาติหรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่น้ำท่วมขัง ห้วย หนอง คลอง บึง พื้นที่เหล่านี้คือแก้มลิงและฟลัดเวย์ ตัวอย่างเช่น บางระกำ พิษณุโลก หรือ อ.เฉลิมพระเกียรติ นครศรีธรรมราช ชาวบ้านเขาบอกว่าถ้าปีไหนน้ำไม่ท่วมเขาเดือดร้อน เพราะฤดูน้ำหลากไม่ได้จับปลา ทำให้ขาดรายได้ และฤดูเพาะปลูกก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเพราะต้องใช้ซื้อปุ๋ยมากขึ้น แทนที่จะได้ปุ๋ยธรรมชาติที่มากับน้ำ

ส่วนพื้นที่แล้งซ้ำซากก็เช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนน้อยและไม่มีระบบชลประทานไปถึง แม้ว่าจะมีการช่วยเหลือทุกปีทั้งไปสร้างภาชนะเก็บน้ำ เช่น ถังน้ำฝน เอาโอ่งไปแจก ขุดบ่อบาดาลให้ พอถึงฤดูแล้งก็ยังต้องเอารถขนน้ำเข้าไปแจกทุกปี

เพราะฝนน้อยจะเอาน้ำที่ไหนมาเก็บ บ่อบาดาลเจาะไปก็ไม่มีน้ำ หากจะมีน้ำบาดาลก็ในช่วงที่ฝนตกชุก พอฝนหยุดระดับน้ำใต้ดินจะลดลงไปจนไม่มีน้ำ หรือเจาะลึกไม่ได้เพราะจะเจอน้ำเค็ม เกือบ 8,000 หมู่บ้าน ยังขาดน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค

การแก้ไขปัญหาจะถูกต้องตรงจุดและมีประสิทธิภาพ จะต้องเข้าใจปัญหา รู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน ชุมชนและธรรมชาติ จึงจะแก้ปัญหาพัฒนาแบบยั่งยืนได้

“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”

เมื่อไม่สนใจและไม่เข้าใจวิถีชีวิตชาวบ้าน ชุมชนและธรรมชาติแล้ว ทำให้การแก้ไขปัญหาใช้เพียงเทคโนโลยีที่เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาได้ โดยไม่เคยสอบถามความคิดเห็น เรียนรู้วิถีชีวิตและธรรมชาติของพื้นที่จากชุมชนและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่มาหลายชั่วอายุคน จนเข้าใจธรรมชาติและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างมีความสุข รู้ว่าฝนตกขนาดไหน ช่วงเวลาใด น้ำท่วม น้ำหลาก น้ำนองตลิ่ง  เส้นทางการไหลของน้ำเป็นอย่างไร จะจับปลา เพาะปลูก เก็บเกี่ยว เมื่อใด

เมื่อน้ำเหนือหลากลงมาล้นตลิ่ง ไหลผ่านพื้นที่เพาะปลูก บ้านเรือน เข้าไปตามห้วย หนอง คลอง บึง คนนอกพื้นที่เข้าใจว่าน้ำท่วม แต่ชาวบ้านไม่ได้เดือดร้อน เพราะเมื่อก่อนการสร้างบ้านก็ยกพื้นสูงจนพ้นน้ำและมีเรือเพื่อใช้สัญจรไปมา วิศวกรที่มาแก้ปัญหาก็มองเพียงว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่นี้อย่างไร คำตอบที่ง่ายที่สุดคือทำคันกั้นน้ำตามแนวตลิ่งที่น้ำล้นออกมา

ถ้าเฉพาะป้องกันน้ำท่วมตรงพื้นที่นั้นก็ทำได้ แต่ไม่ได้มองอย่างเป็นระบบครบวงจรว่าถ้าทำคันกั้นน้ำตามลำน้ำตรงนั้นแล้ว น้ำตามธรรมชาติที่เคยไหลไปเติมตามห้วย หนอง คลอง บึง ซึ่งเปรียบเสมือนแก้มลิงที่ช่วยเก็บกักน้ำส่วนเกินไว้ไม่ให้ไหลไปท่วมพื้นที่ท้ายน้ำ และสามารถนำไปใช้ในฤดูแล้งได้จะไม่มีอีกต่อไป ปริมาณน้ำที่ถูกระบายออกจากแม่น้ำตามธรรมชาติก่อนการสร้างคันกั้นน้ำก็ต้องไหลลงไปท้ายน้ำ ปริมาณน้ำส่วนเกินก็ทำให้พื้นที่ท้ายน้ำเกิดน้ำท่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตัวอย่างก็ชัดเจนว่า แม่น้ำเจ้าพระยาทำคันกั้นน้ำริมแม่น้ำมาตลอดแนว น้ำส่วนเกินที่ไม่สามารถระบายออกไปได้ก็ไหลบ่าลงมาท่วมพื้นที่ที่ไม่มีคันกันน้ำ และไหลย้อนกลับไปในพื้นที่ลุ่ม เช่น พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ ก่อนไหลลงทะเล ยกเว้นว่าปีไหนน้ำไม่มากจนเกินไปมีการเตรียมการดี มีการพร่องน้ำไว้ก่อนและสามารถผันน้ำส่วนเกินออกไปทางตะวันตกและตะวันออกก็จะบรรเทาผลกระทบได้

ซึ่งวันนี้ผลกระทบยิ่งเห็นชัดเจนว่า พื้นที่เหล่านั้นเมื่อแห้งก็มีการบุกรุก มีการนำเอาที่สาธารณะเหล่านี้ไปออกโฉนดและปลูกสิ่งก่อสร้าง เมื่อน้ำมามากจนคันกั้นน้ำรับไม่ไหวก็ไหลเข้าไปในพื้นที่ลุ่ม แหล่งน้ำธรรมชาติเดิมที่มีการบุกรุกจนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง เช่น พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี เป็นต้น

ถามว่าแล้วไม่มีรัฐบาลไหนคิดจะแก้ไขอย่างเป็นระบบเลยหรืออย่างไร ทำไมปล่อยให้เกิดปัญหาไม่รู้จักจบเสียที

คำตอบ คือ

1.ความไม่ต่อเนื่องของรัฐบาล เพราะเรามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอยู่เสมอ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โครงการที่มีการศึกษาและเตรียมการไว้แล้วต้องเปลี่ยนไปตามนโยบายรัฐบาลที่เข้ามาใหม่

2.รัฐบาลใหม่เข้ามากว่าจะรู้เรื่องก็ต้องเกิดปัญหาเสียก่อน

3.ผู้นำรัฐบาลและผู้รับผิดชอบที่มีหลายหน่วยงานและอยู่ต่างกระทรวงไม่เคยได้รับรู้รายละเอียดเรื่องนี้มาก่อน ทำให้ไม่เข้าใจในเรื่องนี้อย่างแท้จริง จึงขาดความสนใจและไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องน้ำเป็นอันดับต้นๆ ทั้งที่น้ำเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

4.รู้ปัญหาแต่ไม่เข้าใจ ทำให้นโยบายขาดความชัดเจนและไม่เชื่อมโยงกัน หน่วยงานที่รับผิดชอบส่วนใหญ่ทำงานเอาใจผู้บริหาร ไม่ได้ทำงานแบบต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีการแก้ไขปัญหาระยะยาว

5.การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต้องทำเร็ว ใช้งบประมาณมากและตรวจสอบยาก งบประมาณหลักได้น้อย ทำช้าใช้เวลามาก หน่วยงานส่วนใหญ่จึงไม่สนใจที่จะแก้ปัญหา

6.แม้มีแผนพัฒนา แผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว  แต่ถ้าหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่อยากทำตามแผนก็ไม่ทำ เพราะไม่มีใครไปติดตามอย่างแท้จริง

รัฐบาลต้องรู้ว่าเกษตรกรและคนรากหญ้า ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ยังยากจนและเดือดร้อนอยู่ เขาไม่ได้ต้องการเศษเงินที่รัฐบาลเอาไปแจกเพื่อเยียวยาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทุกปี เพราะมันไม่พอใช้และไม่ทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น

เกษตรกรและชาวบ้านที่ยังยากจน 18 ล้านคน อยากได้น้ำที่จะใช้ในการอุปโภคบริโภคและเพื่อทำมาหากินแบบยั่งยืน ที่จะช่วยให้พวกเขามีอยู่ มีกิน มีเงินเหลือไว้ใช้เอง ไม่ต้องรอพึ่งเศษเงินจากรัฐบาลที่ทำเหมือนกันมาทุกรัฐบาล

“น้ำเป็นวาระแห่งชาติ” มาเกือบทุกรัฐบาล แต่ยังไม่มีรัฐบาลไหนทำให้เป็นรูปธรรมได้

รัฐบาลและ คสช. มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หากจะคืนความสุขและสร้างความปรองดองให้กับประชาชนจริง

รัฐบาลต้องยุติปัญหาการแย่งชิงน้ำและยุติปัญหาความยากจน

รัฐบาลต้องทำให้ประชาชน “มีท่อน้ำถึงไร่นา ประปาถึงทุกบ้าน"

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69