posttoday
ยักษ์พลังงานกระอักน้ำมันกระอัก ฉุดกำไรฮวบ

ยักษ์พลังงานกระอักน้ำมันกระอัก ฉุดกำไรฮวบ

03 สิงหาคม 2558

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดหมีที่ยืดเยื้อกำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโลกในแง่ลบมากกว่าแง่ดี เพราะแทนที่จะช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนเพื่อจุดสตาร์ทเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง น้ำมันราคาถูกกลับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของปีนี้ที่ฉุดการเติบโตของสภาพเศรษฐกิจโลกไม่ให้ก้าวหน้า

นอกจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและค่าเงินผันผวนของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์แล้ว ล่าสุดราคาน้ำมันกำลังฉุดกำไรของบรรษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้ง เอ็กซอนโมบิล เชฟรอน และเชลล์

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า สัดส่วนกำไรของเอ็กซอนโมบิลเมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมาร่วงลงถึง 52% มาอยู่ที่ราว 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 8,800 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ขณะที่สัดส่วนกำไรของเชฟรอนดิ่งฮวบถึง 90% มาอยู่ที่ราว 571 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว

ด้านเชลล์ ธุรกิจพลังงานรายใหญ่จากฝั่งยุโรปเผชิญกับสัดส่วนกำไรที่ลดลงถึง 33% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ที่ 3,400 เหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 5,100 เหรียญสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นตามมาหลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกร่วงลงเกือบ 47.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในช่วงเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่ในปัจจุบันเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ราว 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอยู่ที่ 47.12 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนืออยู่ที่ 52.21 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

อย่างไรก็ตาม การดิ่งลงอย่างฮวบฮาบของสัดส่วนกำไรในธุรกิจพลังงานไม่ได้จำกัดความเสียหายอยู่เฉพาะผลประกอบการของบริษัทเท่านั้น แต่ถือเป็นการจุดชนวนสำคัญให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกมากกว่าเดิม

นับตั้งแต่ราคาน้ำมันร่วงลงตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 แห่งได้มีการปรับลดการจ้างงาน โดยล่าสุดเชลล์ประกาศแผนที่จะปรับลดพนักงาน 6,500 คน ขณะที่เชฟรอนมีแผนจะปรับลดคนงาน 1,500 ตำแหน่ง

ความเคลื่อนไหวถือเป็นตัวถ่วงสำคัญสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐหลังเผชิญกับวิกฤตซับไพรม์เมื่อปี 2008 เพราะธุรกิจพลังงานถือเป็นภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในสหรัฐ เมื่อธุรกิจขนาดใหญ่เผชิญสภาพกำไรหดทำให้การลงทุนในการสำรวจแหล่งน้ำมันใหม่ๆ ปรับตัวลดลงไปด้วย

ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อธุรกิจ “ซัพพลายเออร์” ที่รับขุดเจาะแหล่งน้ำมันไปด้วย และส่งผลกระทบให้เกิดการปลดคนงานในที่สุด

ตามรายงานของ เกรย์ แอนด์ คริสต์มาส ธุรกิจช่วยหางานในสหรัฐ พบว่า เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีคนตกงานในสหรัฐถึงราว 5.3 หมื่นคน โดยในจำนวนนี้ 40% เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานโดยตรง ถือเป็นเดือนที่มีการปรับลดคนงานมากที่สุดในสหรัฐนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2013

ไม่เฉพาะในสหรัฐเท่านั้นที่เผชิญกับการฉุดรั้งทางเศรษฐกิจจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมน้ำมัน แต่กระทบกระเทือนต่อสภาพเศรษฐกิจของทั้งโลกเลยทีเดียว

เนื่องจากธุรกิจพลังงานเหล่านี้เป็นผู้นำในการสำรวจแหล่งพลังงานทั่วโลกในกรณีของเชฟรอน ดังนั้นเมื่อสัดส่วนกำไรของธุรกิจประเภทนี้ลดลง การใช้จ่ายเพื่อการลงทุน
ทั่วโลกจึงชะลอตัวไปด้วย กลายเป็นการ“ติดเบรก” ให้กับสภาพเศรษฐกิจทั่วโลก

ทั้งนี้ ภาวะน้ำมันราคาถูกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีขึ้นจากภาวะน้ำมันล้นตลาดที่เกิดจากการค้นพบเทคโนโลยีใหม่ในการขุดเจาะน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (เชลออยล์) ทำให้มีปริมาณน้ำมันไหลเข้าสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น ทว่าความต้องการน้ำมันกลับมีสัดส่วนลดลงตามการชะลอตัวของจีนและสหภาพยุโรป (อียู)

ไอเอชเอส เอนเนอร์จี ผู้ให้บริการด้านการวิจัยและให้คำปรึกษาด้านราคาพลังงาน ระบุว่า การผลิตน้ำมันในสหรัฐ ซาอุดิอาระเบีย และอิรัก มีสัดส่วนกว่า 2 ล้านบาร์เรล/วัน นับตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา และมีโอกาสเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะดิ่งลงอย่างต่อเนื่องในระยะยาวจากปริมาณน้ำมันของอิหร่านซึ่งกำลังได้รับการผ่อนคลายการคว่ำบาตรจากนานาชาติ

ดังนั้น ผลกระทบจากน้ำมันราคาถูกในขณะนี้จึงไม่ใช่ปัจจัยในการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกต่อไป หากแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะฉุดสภาพเศรษฐกิจโลกในปีนี้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69