posttoday
ปี2559การท่องเที่ยวไทยจะไปในทิศทางใด

ปี2559การท่องเที่ยวไทยจะไปในทิศทางใด

28 กรกฎาคม 2558

โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม

โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม

สถานการณ์ของการท่องเที่ยวของไทยดูจะน่าเป็นห่วงมากนะครับในปี 2559 ที่จะมาถึง เพราะนอกจากปัจจัยต่างๆ ในทางลบที่จะเข้ามารุมเร้าทั้งเศรษฐกิจ การเมืองในประเทศ รวมถึงอุปสรรคต่างๆ ทางการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ตัวเลขการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าประเทศไทยจริงๆ ที่ไม่รวมนักเดินทางและพ่อค้าที่ผ่านชายแดนในแต่ละวัน นักธุรกิจ นักการทูต ฯลฯ จะชะลอตัวลง

ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจที่กระจายกันทั้งในยุโรป เอเชีย จำนวนผู้คนที่ถูกเลิกจ้างตกงานจะมีมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำลังซื้อสินค้าทางการท่องเที่ยวและบริการที่ถดถอยลงในเกือบทุกทวีปทั่วโลก

อีกทั้งภัยของการก่อการร้ายและสงครามระหว่างประเทศที่ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความกังวลในการเดินทางไกล รวมถึงอาจจะมีการลดเที่ยวบินไกลข้ามทวีปของสายการบินระดับพรีเมียมให้น้อยลงไปกว่าในปัจจุบัน เพราะผู้ประกอบการแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว

คงเหลือไว้แต่สายการบินต้นทุนต่ำที่บินระยะสั้นๆ ในระดับภูมิภาค ที่สายการบินยักษ์ใหญ่ทั้งหลายมีหุ้นอยู่ด้วย สายการบินเหล่านี้น่าจะยังพอมีกำไรให้พออยู่ได้แต่ก็จะต้องดำเนินกิจกรรมลดราคาบัตรโดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจำหน่ายบัตรโดยสารล่วงหน้าเพื่อเก็บเงินสดเข้าบริษัทให้ได้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ยังเป็นการปรับตัวเพื่อตอบสนองความมัธยัสถ์ของนักเดินทางท่องเที่ยวให้มีทางเลือกมากขึ้น รวมไปถึงอุปสรรคที่สำคัญคือองค์กร บริษัท ห้างร้านทั้งในและนอกประเทศอาจมีความจำเป็นที่จะต้องลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงอีกด้วย

นอกจากนี้ การแย่งชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติระหว่างประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะทวีความเข้มข้น และแหลมคมมากขึ้นในทุกภาคส่วนของโลก ซึ่งในกรณีนี้ความพร้อมของทั้งเม็ดเงินงบประมาณ ระบบเทคโนโลยีการสื่อสารที่จะสื่อโดยตรงถึงผู้บริโภคและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก อีกทั้งจำนวนบุคลากรชำนาญงานของภาครัฐที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงความล่าช้าในการตัดสินใจของระบบราชการแบบไทยๆ ที่มีมากมายหลายหน่วยงานมาเกี่ยวข้อง ทำให้ศักยภาพการแข่งขันของประเทศเรายังคงเป็นรองประเทศคู่แข่งทั้งในทวีปเอเชียและต่างทวีปครับ

ส่วนบรรดาผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งในระบบออนไลน์และออฟไลน์ทั่วโลก ต่างก็จะมุ่งแสวงหาประเทศจุดหมายปลายทางที่มีความสวยงาม แปลกใหม่ ค่าใช้จ่ายไม่แพง แต่ทว่าสามารถทำส่วนต่างของกำไรให้บริษัทได้มาก มาเสนอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกไปท่องเที่ยวกันให้มากขึ้น ซึ่งอาจจะรวมบางพื้นที่ท่องเที่ยวในประเทศเราเข้าไปด้วยก็เป็นได้ แต่จะขอต่อรองราคาถูกๆ แบบที่ว่าจะรับหรือปฏิเสธเท่านั้น

ตราบใดที่ตลาดอยู่ในมือผู้ซื้อ ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการของเราไม่มีทางเลือกหรอกครับ

การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเรา แม้ว่าภาครัฐจะพยายามแสวงหาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ เข้ามาเพื่อเสนอทุกปี แต่ก็ได้เป็นเพียงแค่การกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่โครงการ 12 เมืองห้ามพลาด ที่ยังไม่สามารถเชิญชวน หรือเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวนานาชาติได้ดีพอ

แนวคิดของหน่วยงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศน่าที่จะเปิดกว้าง เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีประสบการณ์ในแวดวงท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงภาคประชาชน เพื่อนำมาเป็นวาระในการพิจารณาดำเนินกิจกรรมที่ทุกภาคส่วน ควรมีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อม ความสะดวกสบาย รวมทั้งสถานที่พักแก่นักท่องเที่ยว และควรจะคำนึงฤดูกาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่อีกด้วย

ประการที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ไม่ควรนำกิจกรรมที่เป็นประเพณีสืบเนื่องอย่างยาวนาน มาทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ซ้ำๆ ให้เสียงบประมาณไปเปล่าๆ อีกเลยครับ เช่น งานลอยกระทง งานช้าง งานแห่เทียนพรรษา งานสงกรานต์ เป็นต้น

นั่นเพราะงานเหล่านี้เราได้ดำเนินการโฆษณาประชาสัมพันธ์มาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคนแล้วครับ จนเป็นที่รับทราบกันในวงกว้างมากพอแล้ว

สิ่งที่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวต้องการในปัจจุบัน คือ สินค้าและสถานที่ทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ หรือสถานที่ที่เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ อย่างเช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชิงอนุรักษ์ เชิงศิลปวัฒนธรรม ช็อปปิ้งหรือผจญภัยมากกว่าครับ

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่น่าจะคงเหลืออยู่ในปี 2559 ส่วนใหญ่ก็จะยังวนเวียนอยู่ในภูมิภาคเอเชีย มีระยะเวลาการพักที่ไม่มากนัก แต่อาจจะมีความถี่ในการเดินทางมากขึ้น เช่น นักท่องเที่ยวชาวจีน อินเดีย มาเลเซีย หรือนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และอาเซียนที่รวมชาวจีนส่วนหนึ่งด้วย

ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มประชุมสัมมนา การท่องเที่ยวเป็นรางวัล นักท่องเที่ยวเชิงกีฬาผมไม่คิดว่าจะมีอัตราเติบโตขึ้นแต่อย่างใด

เส้นเลือดใหญ่ที่จะหล่อเลี้ยงภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยในปี 2559 ให้ประคองตัวไปได้พอสมควร น่าจะอยู่ที่การท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทย กับชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทย และการประชุมสัมมนาของภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐที่รวมไปถึงรัฐวิสาหกิจทั้งหลายที่จะช่วยกันเดินทางไปประชุมนอกสถานที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดครับ

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน