
พท.ตั้งคตร.ติดตามตรวจสอบรัฐบาล
พรรคเพื่อไทย จวกยับ รัฐบาลต่ออายุ พรก. ฉุกเฉิน เล็งใช้เสื้อแดงแสนคนรับมือแผนรัฐ พร้อมท้ารัฐฟาดแข้งหลังบอลโลก
พรรคเพื่อไทย จวกยับ รัฐบาลต่ออายุ พรก. ฉุกเฉิน เล็งใช้เสื้อแดงแสนคนรับมือแผนรัฐ พร้อมท้ารัฐฟาดแข้งหลังบอลโลก
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยได้ปรึกษาหารือกันมีความเห็นว่าจำเป็นจะต้องคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการทำงานรัฐบาล (คตร.) สืบเนื่องจากผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา มีการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนมากขึ้นว่าจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร้ยางอาย ไม่สนข้อครหาใดๆ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีสมาชิกประมาณ 40 คน ประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรค ส.ส. รวมทั้งสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ โดยประธานคณะกรรมการคือนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค มีภารกิจหลัก 3 ประการ คือ 1.ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล 2.ควบคุมไม่ให้มีการทุจริต และ 3.รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะทำงานต่อเนื่องประชุมทุกสัปดาห์ และแสดงความเห็นทุกวันพุธ ซึ่งรูปแบบของการติดตามตรวจสอบจะแบ่ง 2 ระดับ คือ ระดับรัฐมนตรี และระดับกระทรวง
พท.แถลงการณ์จวกยับต่ออายุพรก.
นายปลอดประสพกล่าวถึงกรณีที่ครม.มีมติต่ออายุพรก.ฉุกเฉินฯ ว่า พรรคเพื่อไทยได้ออกเป็นแถลงการณ์ขอคัดค้านมติดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้ไม่มีสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว การคงประกาศดังกล่าวไว้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง เป็นการใช้อำนาจริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ปิดกันสื่อมวลชน ใช้กฎหมายทำลายคู่แข่งทางการเมือง และนำประเทศเข้าสู่สถานการณ์คล้ายระบอบในประเทศเผด็จการและรัฐทหาร ทำลายภาพลักษณ์ ทำลายบรรยากาศการค้าการลงทุน ตลอดจนการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและศอฉ.ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที ทั้งนี้พรรคมองว่าวิธีคิดของรัฐบาลในการต่ออายุพรก.มีอยู่ 4 ประเด็น คือ 1.มุ่งใช้กฎหมายโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบในสิทธิเสรีภาพของประชาชน 2.ไม่อิ่มเอมเพียงพอกับอำนาจ 3.เพลิดเพลินกับอำนาจเบ็ดเสร็จเพื่อกำราบฝ่ายตรงข้าง 4.อ้างว่าสังคมยังไม่มีมิตเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิก พร้อมทั้งอ้างว่าสุจริตชนไม่เดือดร้อน ซึ่งพรรคเพื่อไทยขอกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้กำลังมัวเมาลุ่มหลงอำนาจ ไม่เคยแสดงความชัดเจนเรื่องการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่มีความจริงใจต่อการนำมาซึ่งความสมานฉันท์ ทั้งยังโกหกหลอกลวงประชาชนเรื่องของขวัญปีใหม่ และรัฐบาลยังคงมีใจดำอำมหิตไร้ความเมตตาต่อประชาชนที่มีความเห็นที่แตกต่าง เราขอเสนอให้รัฐบาลใช้อำนาจอย่างเป็นธรรมมีมนโนธรรม ไม่คุกคามกลั่นแกล้งปฏิปักษ์ทางการเมืองและยอมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างเสมอภาคเท่าเทียม
เล็งใช้เสื้อแดงแสนคนรับมือแผนรัฐ
นายปลอดประสพกล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลจะใช้ศอฉ. กอ.รมน. กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงประชาชนในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะใช้จำนวนคนถึง 2 หมื่นคนว่า อยากให้นายกฯพูดให้ชัดเจนว่าจะตั้งจริงหรือเปล่า พรรคเพื่อไทยเข้าใจถึงเจตนาและเบื้องหลังของเรื่องนี้ดี เพราะเหมือนสมัยที่คมช.เคยทำ เราไม่ขัดข้องเนื่องจากเป็นปรัชญาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติประชาชน เราพร้อมให้ความสนับสนุนช่วยเหลือด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากพบว่าเป็นการดำเนินการเพื่อเชียร์รัฐบาลและโจมตีกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามเราก็จะมีมาตรการตอบโต้ เบื้องต้นเราได้จัดคนไว้ 1 แสนคน ประกบในสัดส่วน 5 ต่อ 1 ถ้าหากการดำเนินการของรัฐบาลเป็นไปในลักษณะที่เอาความจริงมาพูดเราก็ขอปรบมือให้ แต่ถ้านำเรื่องไม่จริงมาพูดเราก็จะขัดค้านกันต่อหน้าเลย สำหรับจำนวนคน 1 แสนคน เราก็พูดอย่างไม่ปิดบังว่าเป็นเครือข่ายคนเสื้อแดง
โหนกระแสบอลโลกท้ารัฐฟาดแข้ง
นอกจากนี้ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ภายหลังเสร็จสิ้นฟุตบอลโลก 2010 แล้ว เพื่อให้เกิดบรรยากาศสมานฉันท์สามัคคี อยากให้มีการเตะฟุตบอลนัดพิเศษร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เนื่องจากส่วนตัวในอดีตเคยเป็นนักเตะเยาวชนทีมชาติมาก่อน อีกทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ชื่นชอบการเล่นฟุตบอล ดังนั้นจึงอยากให้มาร่วมเล่นด้วยกัน และคิดว่ากีฬาจะเป็นตัวเชื่อมความสามัคคีเหมือนกับแนวคิดที่มีกีฬาโอลิมปิค ส่วนจะเตะเมื่อไหร่ เวลาไหน เลือกสนามไหนให้รัฐบาลกำหนดมาได้ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านพร้อมเสมอ แต่ไม่ต้องจัดงานเลี้ยงหลังการเตะเสร็จสิ้น เพราะเดี๋ยวเมาแล้วจะมีปัญหาตามมา ทั้งนี้ขอเชิญชวนทั้ง นายอานันท์ ปันยารชุน นพ.ประเวศ วะสี และนายคณิต ณ นคร ที่เป็นประธานคณะทำงานชุดต่างๆที่รัฐบาลตั้งเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ หรือไลน์แมนด้วย โดยขอให้นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นกรรมการด้วย แต่ห้ามลงเล่นเด็ดขาดเพราะอาจมีผู้เล่นฝ่ายค้านยอมโดนใบแดง อาจเล่นไม่ได้อีกหลายวัน ในส่วนกองเชียร์จะจัดแบ่งกันพื้นที่ให้ทุกสีมาร่วมกันได้ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง สีแดงหรือหลากสีเข้ามาได้ แต่เกรงว่าเสื้อแดงจะมาร่วมเป็นจำนวนมาก ก็ไม่ทราบว่ารัฐบาลจะกล้าจัดหรือไม่







